ประโยชน์ของกาแฟที่มีต่อสุขภาพ

 

ทั้งนี้สรรพคุณทางการแพทย์และทางสุขภาพของกาแฟนั้นเชื่อว่ามาจากคาเฟอีน สารกระตุ้นที่พบได้สูงจากกาแฟที่มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง หัวใจ และกล้ามเนื้อ
การศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพของกาแฟในการป้องกันและรักษาโรคส่วนใหญ่จึงมุ่งไปที่สารคาเฟอีนในกาแฟเป็นหลัก โดยกาแฟสำเร็จรูปโดยทั่วไป 1 แก้วประกอบด้วยคาเฟอีนประมาณ 85-100 มิลลิกรัม
แต่หากเป็นกาแฟชงสดจะมีคาเฟอีน 100-150 มิลลิกรัมต่อแก้ว ส่วนกาแฟที่ผ่านการลดคาเฟอีนนั้นก็ยังคงมีคาเฟอีนประมาณ 8 มิลลิกรัมต่อแก้ว ทั้งนี้กาแฟที่ผ่านกระบวนการคั่วจนเข้มจะมีคาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟสีอ่อน

ประโยชน์ของกาแฟที่มีต่อสุขภาพ

ประโยชน์ที่น่าจะได้ผล (Likely effective)

เพิ่มความตื่นตัวของสมอง การดื่มกาแฟ ชา และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทั้งหลายตลอดวันดูเหมือนจะช่วยเพิ่มความตื่นตัวของร่างกายและสมอง ปลุกความสดชื่นให้สมองปลอดโปร่ง โดยหลายงานวิจัยชี้ว่าการได้รับคาเฟอีนสามารถช่วยเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าในระหว่างวัน เช่น การศึกษาหนึ่งที่ให้ผู้เข้าร่วมทดลองสุขภาพดีรับคาเฟอีน 250 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ตอน 9 โมงเช้าและบ่ายโมง เป็นเวลานาน 3 วัน ซึ่งพบว่าคาเฟอีนช่วยลดความง่วง เพิ่มความตื่นตัวและความจดจ่อในช่วงระหว่างวันได้ดี

นอกจากนี้กาแฟยังเป็นตัวเลือกของผู้ที่อดนอนหรือนอนไม่เต็มอิ่มในคืนก่อนแล้วยังต้องการความตื่นตัวในวันต่อไป มีการศึกษาประสิทธิภาพของการดื่มกาแฟในชายสุขภาพดีที่อดนอนเป็นเวลา 48 ชั่วโมง พบว่าคาเฟอีนช่วยเพิ่มความตื่นตัวและคลายความอ่อนล้าจากการอดนอนได้อย่างดี ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีการศึกษาพบว่าการผสมคาเฟอีนเข้ากับน้ำตาลเป็นเครื่องดื่มชูกำลังยังน่าจะช่วยเพิ่มความสามารถในการใช้ความคิดและการทำงานของสมองได้มากกว่าการได้รับกลูโคสหรือคาเฟอีนเพียงอย่างเดียว

ประโยชน์ที่อาจได้ผล (Possibly effective)

ป้องกันหรือชะลอการเกิดโรคพาร์กินสัน ภาวะอาการที่ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวผิดปกติและมีอาการสั่นตามร่างกายที่ไม่สามารถควบคุมได้เนื่องจากการเสื่อมหรือเสียหายของเซลล์สมองชนิดนี้ งานวิจัยพบว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนอย่างกาแฟ ชา และน้ำอัดลมเป็นประจำนั้นมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคได้ การศึกษาหนึ่งที่สนับสนุนสรรพคุณข้อนี้ของคาเฟอีน ทดลองให้อาสาสมัคร 317 คนดื่มกาแฟและเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่มีคาเฟอีน ผลลัพธ์พบว่าการได้รับคาเฟอีนในปริมาณสูงมีความสัมพันธ์กับอัตราความเสี่ยงต่อโรคพาร์กินสันที่น้อยลงทั้งในเพศชายและเพศหญิง

ทั้งนี้จากงานวิจัยทั้งหมดที่มี ประสิทธิภาพของคาเฟอีนในการลดความเสี่ยงโรคพาร์กินสันในเพศชายจะขึ้นอยู่กับปริมาณกาแฟที่ได้รับ โดยการดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีน 3-4 แก้วต่อวันนั้นพบว่าช่วยให้ความเสี่ยงลดน้อยลงมาก แต่การดื่มเพียง 1-2 แก้วต่อวันก็ช่วยลดอัตราเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

สำหรับผู้หญิง ปริมาณคาเฟอีนที่ได้รับไม่ได้มีผลต่อระดับความเสี่ยงมากนัก โดยการดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีน 1-3 แก้วต่อวันจะให้ผลดีที่สุดในการรับมือกับโรคพาร์กินสัน นอกจากนี้ผลการศึกษาที่น่าสนใจยังพบว่าการดื่มกาแฟจะไม่มีผลต่อการลดโอกาสเสี่ยงจากโรคนี้ในผู้ที่มีพฤติกรรมสูบบุหรี่ทั้งเพศชายและเพศหญิง

ป้องกันโรคนิ่วในถุงน้ำดี การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอย่างกาแฟอย่างน้อยวันละ 400 มิลลิกรัมดูเหมือนจะมีส่วนช่วยลดการเกิดโรคนี้ได้ โดยจากการศึกษาในผู้ที่ไม่เคยมีประวัติป่วยด้วยโรคนิ่วในถุงน้ำดีมาก่อนจำนวนหลายพันคน ปรากฏว่าความเสี่ยงต่อโรคทั้งชายและหญิงจะยิ่งลดลงเมื่อได้รับคาเฟอีนในปริมาณที่มากขึ้น โดยการดื่มกาแฟวันละ 800 มิลลิกรัม หรือเทียบเท่ากับกาแฟประมาณ 4 แก้วขึ้นไปต่อวันจะให้ผลดีในการป้องกันการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้ดีที่สุด

ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง งานวิจัยหนึ่งที่มีผู้เข้าร่วมทดลอง 5,145 คน ดื่มกาแฟวันละ 1 หน่วยบริโภค วันละไม่เกิน 2 หน่วยบริโภค วันละ 2-2.5 หน่วยบริโภค หรือวันละ 2.5 หน่วยบริโภคขึ้นไป ผลการศึกษาชี้ว่าปริมาณการดื่มกาแฟที่มากขึ้นจะยิ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง และยังมีบางงานวิจัยที่กล่าวแนะนำประสิทธิภาพของกาแฟต่อการป้องกันโรคนี้ว่าการรับประทานกาแฟวันละ 3 แก้วอาจช่วยลดโอกาสเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงได้อย่างมีนัยสำคัญ

ทว่าผลการศึกษาที่เป็นไปในทางตรงข้ามก็มีเช่นกัน โดยมีการรวบรวมข้อมูลที่เกิดขึ้นก่อนหน้างานวิจัยข้างต้น ผลสรุปว่าการบริโภคกาแฟหรือชาที่มีคาเฟอีนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง แต่การบริโภคกาแฟที่ผ่านการลดคาเฟอีนแล้วต่างหากที่มีความสัมพันธ์กับอัตราการเกิดโรคที่ลดลง ผลการศึกษาเกี่ยวกับสรรพคุณในด้านนี้ของกาแฟจึงยังมีความขัดแย้งและไม่อาจสรุปได้ชัดเจน

ป้องกันโรคเบาหวาน จากการศึกษาประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 กาแฟอาจมีส่วนช่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ เช่น งานวิจัยหนึ่งที่ศึกษากับผู้ที่ไม่มีโรคเบาหวาน มะเร็ง หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด แล้วพบว่าการดื่มกาแฟในระยะยาวมีส่วนช่วยยับยั้งการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้อย่างมีนัยสำคัญ หรือการทดลองในกลุ่มผู้ที่เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ที่พบว่าการดื่มกาแฟโดยไม่ใส่น้ำตาลหรือครีมเทียมอย่างน้อยวันละ 3 ครั้งต่อวันให้ผลดีที่สุดในการป้องกันการเกิดโรคเบาหวานในกลุ่มที่เสี่ยงต่อโรค

ทั้งนี้การศึกษาเกี่ยวกับการใช้กาแฟป้องกันโรคเบาหวานที่มีนั้นยังพบว่าปริมาณที่ให้ผลดีมีความแตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่มประเทศ เช่น จากการศึกษาในชาวญี่ปุ่น ผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 3 แก้วขึ้นไปจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ลดลง 42 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่มกาแฟเพียงวันละ 1 แก้วหรือน้อยกว่า หรือในยุโรปที่พบว่าการรับประทานกาแฟวันละ 5-6 แก้วจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานในเพศชาย 30 เปอร์เซ็นต์ และเพศหญิง 61 เปอร์เซ็นต์ กาแฟจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคนี้ได้อย่างไร ควรรับประทานเท่าใดจึงจะปลอดภัยนั้นยังคงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป

ประโยชน์ที่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอจะระบุประสิทธิภาพ

ป้องกันโรคเก๊าท์ บางงานวิจัยแนะนำว่าการดื่มกาแฟอาจช่วยป้องกันการเกิดโรคเก๊าท์ได้ การศึกษาหนึ่งที่สนับสนุนคุณประโยชน์ด้านนี้ของกาแฟทำการทดลองในหญิงและชายจำนวนมาก โดยแบ่งกลุ่มให้ดื่มกาแฟปกติที่มีคาเฟอีน กาแฟที่ผ่านการลดคาเฟอีน ชา และคาเฟอีนอย่างเดียว เป็นเวลานานกว่า 4 ปี ปรากฏว่าการบริโภคกาแฟในระยะยาวมีส่วนช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคเก๊าท์ได้ และพบว่าส่งผลให้ระดับกรดยูริกซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคลดต่ำลง

ทั้งนี้จากการศึกษาไม่พบว่าการดื่มชาหรือคาเฟอีนเพียงอย่างเดียวมีคุณสมบัติป้องกันโรคเก๊าท์ แต่เมื่อเทียบระหว่างกาแฟที่มีคาเฟอีนกับกาแฟที่ผ่านการลดคาเฟอีนแล้ว กาแฟที่มีคาเฟอีนยังคงให้ผลดีกว่าอยู่ดี อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ของกาแฟในด้านนี้ยังนับว่ามีข้อมูลไม่เพียงพอ ทำให้ไม่อาจยืนยันประสิทธิภาพของการรักษาได้แน่ชัด

ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ มีการกล่าวถึงสรรพคุณของคาเฟอีนต่อการชะลอภาวะสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์กันมาก การดื่มกาแฟจะให้ผลดีจริงหรือไม่นั้นก็ยังไม่ทราบแน่ชัด เนื่องจากยังมีการทดลองในด้านนี้ไม่มากนัก ทั้งนี้ได้มีการทบทวนการศึกษาที่ผ่านมา ซึ่ง 3 ใน 5 ให้การสนับสนุนประโยชน์ของกาแฟในการป้องกันภาวะสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์ แต่ 2 ใน 3 งานนั้นเป็นการศึกษาโดยใช้ชาผสมกับกาแฟ ซึ่งคุณประโยชน์ของชาในด้านนี้ก็ยังคลุมเครืออยู่เช่นกัน ส่วนงานวิจัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของกาแฟและโรคนี้โดยตรง กล่าวว่าการดื่มกาแฟวันละ 3-5 แก้วตั้งแต่ในช่วงวัยกลางคนอาจมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ในวัยสูงอายุที่ลดลงประมาณ 65 เปอร์เซ็นต์

ลดอาการปวดศีรษะและไมเกรน หนึ่งในคำแนะนำสำหรับวิธีบรรเทาอาการปวดศีรษะที่อาจเคยได้ยินบ่อยครั้งก็คือการดื่มกาแฟ สาเหตุอาจมาจากการที่คาเฟอีนนั้นมักถูกใช้เป็นส่วนผสมในยาบรรเทาอาการปวดบางชนิด โดยอาจช่วยให้ยามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ทว่าการรับประทานกาแฟที่มีคาเฟอีนนั้นจะช่วยให้หายจากอาการปวดศีรษะได้จริงอย่างที่เชื่อกันหรือไม่ ทางวิทยาศาสตร์เองยังไม่พบคำตอบในเรื่องนี้ ตรงกันข้าม ยังคาดว่าคาเฟอีนอาจเป็นตัวการให้เกิดอาการปวดศีรษะเสียเองได้เช่นกัน

ลดความตึงเครียด ว่ากันว่าการดื่มกาแฟช่วยลดความตึงเครียด แต่หลักฐานการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสรรพคุณลดความเครียดของกาแฟนั้นไม่ยังไม่พบแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ชี้ว่าการได้รับคาเฟอีนอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าในเด็กชั้นมัธยมอีกด้วย

ดีต่อสุขภาพหัวใจ ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่ากาแฟให้คุณหรือให้โทษต่อหัวใจกันแน่ โดยเชื่อว่าในกาแฟนั้นอาจมีสารที่สามารถให้ทั้งประโยชน์และโทษต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด บางงานวิจัยกล่าวว่ากาแฟอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และอีกหลาย ๆ งานที่แนะนำว่าการดื่มกาแฟในปริมาณปานกลางสามารถป้องกันการเกิดโรคนี้ได้ นักวิจัยบางคนจึงคาดว่ากาแฟอาจประกอบด้วยสารอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ เช่น สารต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น

ควบคุมน้ำหนัก กล่าวกันว่ากาแฟสามารถช่วยลดน้ำหนัก ลดความอ้วนได้ สำหรับประโยชน์ของกาแฟในด้านนี้ มีการศึกษาบางงานที่แนะนำว่าการดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทุกวันอาจมีส่วนช่วยควบคุมและลดน้ำหนัก หรือในอีกงานวิจัยหนึ่งที่พบว่ากาแฟหรือคาเฟอีนในกาแฟอาจไปช่วยกระตุ้นอัตราการเผาผลาญและส่งผลให้ทั้งผู้ที่มีน้ำหนักปกติและผู้ที่มีภาวะอ้วนมีน้ำหนักตัวลดลงได้ อย่างไรก็ตาม การศึกษาเหล่านี้ยังเป็นเพียงงานวิจัยที่ทดลองในคนจำนวนไม่มากและมีข้อจำกัดต่าง ๆ ที่ยังเชื่อถือได้ไม่มากพอbjkdergisi.com

รักษาโรคหืด อีกคุณประโยชน์ของกาแฟที่ยังเป็นที่สงสัยว่าจะมีประสิทธิภาพต่อการรักษาได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งจากการศึกษาที่รวบรวมงานวิจัยด้านนี้ พบว่าคาเฟอีนอาจช่วยให้การทำงานของระบบทางเดินหายใจในผู้ป่วยโรคนี้ดีขึ้นได้ปานกลางนานถึง 4 ชั่วโมง และอาจต้องแนะนำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการได้รับคาเฟอีนก่อนการตรวจการทำงานของปอดเป็นเวลาอย่างน้อย 4 ชั่วโมง เนื่องจากคาเฟอีนอาจทำให้ผลลัพธ์การตรวจคลาดเคลื่อนได้ คาดว่าหากในอนาคตมีการศึกษาเพิ่มเติมคงได้ทราบกันว่ากาแฟส่งผลดีต่อผู้ป่วยโรคหืดจริงหรือไม่

รักษาโรคตับ การดื่มกาแฟอาจยังให้ผลดีต่อผู้ป่วยโรคตับ โดยมีการทบทวนงานวิจัยที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ จากการสรุปข้อมูลที่พบในปัจจุบัน งานวิจัยบางงานกล่าวว่าการดื่มกาแฟอาจมีความสัมพันธ์กับระดับเอนไซม์ตับและผลตรวจการทำงานของตับที่ดียิ่งขึ้นในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคตับทั้งหลาย

ส่วนการดื่มกาแฟในผู้ป่วยโรคตับเรื้อรังนั้นอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตับแข็ง ลดอัตราการเกิดเซลล์มะเร็งตับ และการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคตับแข็ง นอกจากนี้ ด้านการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซี กาแฟก็อาจมีประโยชน์ในการช่วยให้ผลการรักษาระยะยาวดีขึ้น ทว่าผลการศึกษาทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ากาแฟจะมีประโยชน์ทางการแพทย์มากพอที่จะนำมารักษาผู้ป่วยโรคตับได้

ประโยชน์ที่อาจไม่ได้ผล

การป้องกันโรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร จากความเชื่อที่ว่ากาแฟอาจช่วยป้องกันโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นในส่วนต่าง ๆ ของระบบย่อยอาหาร เช่น มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งในกระเพาะอาหาร การพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่พบว่าการดื่มกาแฟหรือชาจะช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งเหล่านี้ได้ ส่วนใหญ่พบว่าการดื่มชาหรือกาแฟไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอัตราการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร หรือมะเร็งหลอดอาหารแต่อย่างใด

การป้องกันมะเร็งเต้านม ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมะเร็งเต้านมของกาแฟอาจไม่เป็นจริง โดยการศึกษาส่วนใหญ่ไม่พบความสัมพันธ์ของอัตราการเกิดโรคนี้ที่ลดลงในผู้ที่บริโภคกาแฟ ดังงานวิจัยหนึ่งที่เผยว่าการดื่มกาแฟไม่ได้ส่งผลให้อัตราความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมในหญิงจำนวน 38,432 คนลดลงจากเดิม

ผลข้างเคียงจากการดื่มกาแฟ

ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดีสามารถดื่มกาแฟได้โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ ทั้งนี้การดื่มกาแฟก็เช่นเดียวกับอาหารหรือสมุนไพรอื่น ๆ ที่อาจมีผลข้างเคียงหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้เมื่อรับประทานเกินพอดี โดยเฉพาะเมื่อใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์บางประการหรือดื่มร่วมกับยาบางชนิด ผู้ใช้จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อความปลอดภัยและพึงระมัดระวังดังนี้

กาแฟประกอบด้วยสารคาเฟอีนที่สามารถก่อให้เกิดอาการนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย กระวนกระวาย อาหารไม่ย่อย คลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว หายใจถี่ และผลข้างเคียงอื่น ๆ
การดื่มกาแฟในปริมาณมากอาจทำให้ปวดศีรษะ กระสับกระส่าย วิตกกังวล ได้ยินเสียงดังในหู หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะได้
การได้รับกาแฟวันละ 6 แก้วอาจทำให้เกิดการเสพติดกาแฟ ซึ่งอาจส่งผลให้มีอาการวิตกกังวลหรือกระสับกระส่าย
การดื่มกาแฟจนติดเป็นเป็นนิสัยอาจส่งผลให้ขาดกาแฟไม่ได้ และอาจมีอาการที่เกิดจากการขาดคาเฟอีนหากเลิกดื่มกาแฟอย่างฉับพลัน
กาแฟที่ชงแบบไม่กรองอาจมีปริมาณคอเลสเตอรอล ไขมันชนิดไม่ดี และระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์โดยรวมมากกว่ากาแฟชนิดอื่น ซึ่งจะยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ทางที่ดีจึงควรดื่มกาแฟชงแบบกรองเพื่อลดคอเลสเตอรอลเหล่านี้
มีข้อกังวลว่าการดื่มกาแฟมากกว่า 5 แก้วต่อวันอาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยโรคหัวใจ แต่สำหรับผู้ที่ไม่ได้ป่วยด้วยโรคหัวใจนั้น การดื่มกาแฟหลาย ๆ แก้วต่อวันไม่ได้เป็นปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจแต่อย่างใด
เป็นที่กังวลเช่นกันว่าการดื่มกาแฟเป็นครั้งคราวอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้ในบางคน นอกจากนี้ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจสูงและดื่มกาแฟทุกวันแต่ไม่เกินวันละ 1 แก้วยังอาจมีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้อหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันสูงขึ้นเช่นกัน โดยจะเกิดขึ้นภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากการดื่มกาแฟ ในขณะที่ผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำในปริมาณที่มากกว่านั้นดูเหมือนจะไม่มีความเสี่ยงต่อภาวะนี้
การใช้กาแฟสวนทางทวารอาจไม่ปลอดภัย เพราะสามารถเกิดผลข้างเคียงร้ายแรงตามมาจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
บุคคลที่ควรระมัดระวังในการดื่มกาแฟ

หญิงที่ตั้งครรภ์ควรได้รับคาเฟอีนไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่ากับกาแฟสำเร็จรูปไม่เกิน 2 แก้ว หรือเท่ากับกาแฟชงสด 1 แก้ว หากได้รับกาแฟมากกว่านี้อาจเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการแท้งบุตร คลอดก่อนกำหนด และทารกมีน้ำหนักตัวแรกคลอดน้อยได้ โดยยิ่งได้รับกาแฟมากเท่าใดก็ยิ่งมีความเสี่ยงสูงขึ้นการดื่มกาแฟวันละ 1-2 แก้วดูเหมือนจะไม่เป็นอันตรายสำหรับแม่ที่ต้องให้นมบุตรและทารก แต่การดื่มกาแฟในปริมาณมากอาจส่งผลต่อระบบย่อยอาหารของทารก อีกทั้งทำให้เด็กนอนไม่หลับและเกิดอาการหงุดหงิดฉุนเฉียวได้การให้เด็กดื่มกาแฟอาจไม่ปลอดภัย เพราะอาจมีผลข้างเคียงจากการดื่มที่รุนแรงมากกว่าในผู้ใหญ่
ผู้ป่วยโรควิตกกังวลอาจมีอาการวิตกกังวลที่แย่ลงได้จากการดื่มกาแฟผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการมีเลือดออกผิดปกติ การดื่มกาแฟอาจยิ่งทำให้อาการแย่ลงได้ การดื่มกาแฟต้มจะยิ่งทำให้ได้รับคอเลสเตอรอลและไขมันชนิดอื่น ๆ ในเลือดสูงขึ้น รวมถึงระดับโฮโมซีสเตอีน (Homocysteine) ในร่างกายที่อาจจะสัมพันธ์กับการเกิดโรคหัวใจ และยังมีงานวิจัยที่ชี้ว่าการดื่มกาแฟนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
บางงานวิจัยแนะนำว่าสารคาเฟอีนที่มีอยู่ในกาแฟอาจส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยมีรายงานว่ากาแฟอาจไปเพิ่มหรือลดระดับน้ำตาลในเลือดก็ได้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงควรใช้กาแฟอย่างระมัดระวังและหมั่นตรวจระดับน้ำตาลในเลือดการดื่มกาแฟอาจส่งผลให้ผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูงอยู่แล้วมีระดับความดันโลหิตสูงยิ่งขึ้น ทั้งนี้ผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำอยู่แล้วอาจได้รับผลกระทบนี้น้อยกว่าผู้ป่วยโรคต้อหินไม่ควรดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีน เพราะอาจทำให้ความดันภายในดวงตาสูงขึ้น โดยจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่ภายใน 30 นาทีแรกและคงอยู่อย่างน้อย 90 นาที
การดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนอาจทำให้แคลเซียมถูกขับออกทางปัสสาวะมากขึ้นจนกระดูกอ่อนแอลง ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนจึงควรจำกัดปริมาณการดื่มกาแฟในแต่ละวันไม่ให้เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณ 2-3 แก้ว และอาจรับประทานแคลเซียมเสริมเพื่อทดแทนแคลเซียมที่สูญเสียไปผู้ที่มีอาการท้องเสียหรือมีโรคลำไส้แปรปรวนอยู่แล้วไม่ควรรับประทานกาแฟ เพราะสารคาเฟอีนในกาแฟอาจทำให้อาการท้องเสียหรืออาการของโรคแย่ลงกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อได้รับในปริมาณมากหญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีโรคความผิดปกติเกี่ยวกับการทำงานของวิตามินดีได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ควรระมัดระวังในการดื่มกาแฟเป็นพิเศษ
ปฏิกิริยาของกาแฟกับยารักษาโรค

ห้ามดื่มกาแฟร่วมกับยาเอฟีดรีน (Ephedrine) เพราะยาชนิดนี้มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทเช่นเดียวกับกาแฟ การรับประทานควบคู่กันอาจเกิดผลข้างเคียงร้ายแรงและมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจได้ ทั้งนี้ยังรวมถึงผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตามที่ประกอบด้วยเอฟีดรีนไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับกาแฟ เพราะแอกอฮอล์อาจกระตุ้นให้ร่างกายย่อยคาเฟอีนรวดเร็วขึ้น ส่งผลให้มีสารคาเฟอีนในเลือดมากเกินไปจนได้รับผลข้างเคียงอย่างอาการสั่นกระตุก ปวดศีรษะ และหัวใจเต้นเร็วยาที่ควรระมัดระวังเมื่อใช้ร่วมกับกาแฟ ได้แก่ ยาอะดีโนซีน อะเลนโดรเนท โคลซาปีน ไดไพริดาโมล ไดซัลฟิแรม เอสโตรเจน ฟลูวอกซามีน เลโวไทรอกซีน ลิเทียม ยาต้านซึมเศร้ากลุ่ม MAOIs ยาต้านซึมเศร้ากลุ่มไตรไซคลิก เพนโทบาร์บิทอล ฟีโนไทอาซีนทีโอฟิลลีน เวอราปามิล ยากระตุ้นระบบประสาท ยาต้านการแข็งตัวของเลือด และยาปฏิชีวนะ
ปริมาณการดื่มกาแฟที่ปลอดภัย

ปริมาณกาแฟที่ใช้รักษาโรคชนิดต่าง ๆ ตามที่มีการศึกษาวิจัยในปัจจุบันและพบว่าใช้ได้อย่างปลอดภัย มีดังนี้

การรักษาอาการปวดศีรษะ ดื่มกาแฟวันละ 250 มิลลิกรัม หรือประมาณ 2 แก้ว
การเพิ่มความรู้สึกตื่นตัว ดื่มกาแฟวันละ 250 มิลลิกรัม หรือประมาณ 2 แก้ว
การป้องกันโรคพาร์กินสัน ดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนวันละ 3-4 แก้ว โดยแต่ละงานวิจัยใช้กาแฟที่มีคาเฟอีนประมาณ 421-2,716 มิลลิกรัม แต่การดื่มประมาณ 124-208 มิลลิกรัม หรือประมาณ 1-2 แก้วก็อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคพาร์กินสันได้อย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน ทั้งนี้สำหรับผู้หญิงควรรับประทานประมาณวันละ 1-3 แก้วจะให้ผลดีที่สุด
การป้องกันโรคนิ่วในถุงน้ำดี ได้รับคาเฟอีนในปริมาณวันละ 400 มิลลิกรัมขึ้นไป หรือเทียบเท่ากับกาแฟมากกว่า 2 แก้ว อย่างไรก็ตาม การดื่มกาแฟอย่างน้อยวันละ 800 มิลลิกรัมนั้นน่าจะมีประสิทธิภาพดีที่สุด

ก.แรงงาน เตรียมส่งแรงงานกลับบ้านเทศกาลสงกรานต์อย่างปลอดภัย

กระทรวงแรงงาน เตรียมส่งพี่น้องแรงงานกลับบ้านช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างปลอดภัย พร้อมผนึกกำลังเครือข่ายลุยให้ความรู้ จัดกิจกรรมสนับสนุนแรงงานเดินทางอย่างปลอดภัย
พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวในงานแถลงข่าว “ส่งพี่น้องแรงงานกลับบ้านเทศกาลสงกรานต์อย่างปลอดภัย”
ว่า สถานประกอบกิจการส่วนใหญ่ได้กำหนดให้วันสงกรานต์เป็นวันหยุดตามประเพณีเพื่อให้ลูกจ้างได้เดินทางกลับภูมิลำเนากลับไปเยี่ยมครอบครัวและร่วมกิจกรรมตามประเพณีนิยม ซึ่งในปีนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้วันพฤหัสบดีที่ 12 เม.ย.61 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษhttp://bjkdergisi.com
โดยเป็นวันหยุดต่อเนื่องในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ รวม 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 – 16 เม.ย.61 ประกอบกับคณะรัฐมนตรีมีมติพิจารณาผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมาที่ทำงานในประเทศไทย ประเภทกรรมกร รับใช้ในบ้าน ช่างเครื่องยนต์ในเรือประมงทะเล และผู้ประสานงานด้านภาษา
สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทางเพื่อร่วมงานประเพณีสงกรานต์และกลับเข้ามาในประเทศไทยได้ตั้งแต่วันที่ 5 -30 เม.ย.61 ดังนั้น ในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีผู้ใช้แรงงานทั้งชาวไทยและต่างด้าวเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะมีไทยเดินทางไปกลับบ้านประมาณ สี่ล้านคน และแรงงานต่างด้าวเดินทางเข้า-ออกกว่าสองแสนคน

รมว.แรงงาน กล่าวต่อไปว่า กระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยพี่น้องแรงงานทุกคน และเพื่อให้เดินทางไปกลับได้อย่างปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ ตลอดจนมีความสะดวกในการเดินทาง
กระทรวงแรงงานได้ขอความร่วมมือนายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของลูกจ้างพนักงาน โดยเฉพาะในกิจการขนส่งจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งในเรื่องชั่วโมงการทำงาน เวลาพัก และการทำงานล่วงเวลา
รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับเส้นทางการเดินทาง ตารางเวลารถโดยสาร เส้นทางการจราจร การเตรียมยานพาหนะและวินัยจราจร เป็นต้น ในส่วนของลูกจ้างขอให้วางแผนในการเดินทางทั้งไปและกลับ เตรียมตัวให้พร้อม
สำหรับลูกจ้างต่างด้าวต้องเตรียมเอกสารประจำตัวให้พร้อมเพื่อให้เดินทางผ่านเข้าออกได้อย่างสะดวก ทั้งนี้ ได้ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างความร่วมมือกันส่งพี่น้องแรงงานกลับบ้านเทศกาลสงกรานต์อย่างปลอดภัย
เช่น กรมการขนส่งทางบกในการจัดรถสาธารณะให้เพียงพอ กรมทางหลวงในการดูแลเรื่องการจราจร เป็นต้น นอกจากนี้ กระทรวงแรงงาน ยังได้เปิดคลินิกช่างให้บริการตรวจความพร้อมยานพาหนะที่ใช้เดินทาง เปิดให้บริการนวดผ่อนคลาย
จัดรถบริการตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ แจกเวชภัณฑ์ให้กับผู้ใช้แรงงาน ณ สถานีขนส่งหลัก ตลอดจนเปิดบริการสายด่วน 1506 คอยให้ความช่วยเหลือตลอดช่วงเวลาดังกล่าว

แชมป์เปี้ยนGSB TBSL2018 ได้แก่ ทีมสโมสรโมโนแวมไพร์ บาสเกตบอลคลับ เงินรางวัล 3 ล้านบาท

แชมป์เปี้ยนGSB TBSL2018 ได้แก่ ทีมสโมสรโมโนแวมไพร์ บาสเกตบอลคลับ เงินรางวัล 3 ล้านบาท

รองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีมสโมสรไฮเทค บาสเกตบอลคลับ เงินรางวัล 2 ล้านบาท
รองชนะเลิศอันดับที่ 3 ได้แก่ ทีมสโมสรแมดโกท เงินรางวัล 1.5 ล้านบาท
ควอเตอร์แรก เริ่มเกมเป็นทางไฮเทคที่ออกสตาร์ทได้ค่อนข้างดี ด้วยการรันเล็กๆที่ 0-6 แต้ม แต่ด้วยโมโน แวมไพร์ที่ไม่อยากให้มีเกมที่สาม ทำให้เหล่าค้างคาวอมตะค่อนข้างมีความมุ่งมั่นมากที่เดียว
จึงส่งผลให้รูปเกมสนุกสูสีทีเดียว หลังจากนั้น ไฮเทคที่ใช้เกมรุกแบบส่องไกลกับระยะกลางเป็นส่วนใหญ่เพื่อดึงให้ “ดิกัวร่า มัลเตส” ออกจากใต้แป้นแล้วค่อยบุกเข้าใน สร้างปัญหาให้โมโน แวมไพร์พอสมควร ก่อนจะปิดควอเตอร์ไปที่สกอร์ 22-22 คะแนน

ควอเตอร์สอง เปิดฉากเป็นทางไฮเทคที่ออกสตาร์ทได้ดีอีกครั้ง ด้วยการรันเล็กๆ 1-11 แต้ม ทำให้โมโน แวมไพร์ต้องขอเวลาเพื่อเบรกเกมและก็ค่อนข้างได้ผล สามารถลดช่วงว่างของแต้มได้ดี
ทำให้รูปเกมกลับมาสนุกสูสีกันอีกครั้ง และด้วยการจ่ายบอลที่ชาญฉลาดของ “เจสัน บริคแมน” แต่โมโน แวมไพร์ ก็ยังคงมีปัญหาในการป้องกันเกมบุกของไฮเทค ทำให้จบควอเตอร์ไปที่สกอร์ 35-42 คะแนน

ควอเตอร์สาม เริ่มครึ่งหลังขอเกมเป็นทั้งสองทีมที่ทำผลงานได้สูสีกัน แต่ไฮเทคจะได้เปรียบจากแต้มที่สะสมไว้ในช่วงครึ่งแรก ขณะที่โมโน แวมไพร์ก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะปิดเกมนี้ด้วยชัยชนะให้ได้เช่นกัน
และทำได้ดีทีเดียวจนสามารถทำแต้มไล่เกาะติดอีกครั้ง หลังจากนั้นรูปเกมสนุกสูสีชนิดยิงมายิงกลับ ก่อนจะจบควอเตอร์ไปที่สกอร์ 52-58 คะแนนhttp://entrepreneurnetwork.org

ควอเตอร์สี่ เปิดฉากเป็นทั้งสองทีมที่ชิงไหวชิงพริบกันโดยตลอด แล้วในโมโน แวมไพร์ปรับเปลี่ยนแผนมาใช้ลูกส่องไกลเป็นหลักและก็แม่นที่เดียว โดยเฉพาะ “ซามาร์ พอล” ทำให้แต้มกลับมาเสมอกัน
ทำให้เกมกลับมานับหนึ่งกันใหม่ หลังจากนั้น ผู้เล่นอิมพอร์ตของโมโน แวมไพร์ค่อยๆช่วยกันทำเกมบุกได้ดีพร้อมกลับพลิกขึ้นนำได้สำเร็จ และทิ้งระยะห่างออกไปพอสมควร ขณะที่ไฮเทคตื้อไป ทำให้ โมโน แวมไพร์สามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้ที่สกอร์ 81

รองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีมสโมสรไฮเทค บาสเกตบอลคลับ เงินรางวัล 2 ล้านบาท
รองชนะเลิศอันดับที่ 3 ได้แก่ ทีมสโมสรแมดโกท เงินรางวัล 1.5 ล้านบาท
ควอเตอร์แรก เริ่มเกมเป็นทางไฮเทคที่ออกสตาร์ทได้ค่อนข้างดี ด้วยการรันเล็กๆที่ 0-6 แต้ม แต่ด้วยโมโน แวมไพร์ที่ไม่อยากให้มีเกมที่สาม ทำให้เหล่าค้างคาวอมตะค่อนข้างมีความมุ่งมั่นมากที่เดียว
จึงส่งผลให้รูปเกมสนุกสูสีทีเดียว หลังจากนั้น ไฮเทคที่ใช้เกมรุกแบบส่องไกลกับระยะกลางเป็นส่วนใหญ่เพื่อดึงให้ “ดิกัวร่า มัลเตส” ออกจากใต้แป้นแล้วค่อยบุกเข้าใน สร้างปัญหาให้โมโน แวมไพร์พอสมควร ก่อนจะปิดควอเตอร์ไปที่สกอร์ 22-22 คะแนน

ควอเตอร์สอง เปิดฉากเป็นทางไฮเทคที่ออกสตาร์ทได้ดีอีกครั้ง ด้วยการรันเล็กๆ 1-11 แต้ม ทำให้โมโน แวมไพร์ต้องขอเวลาเพื่อเบรกเกมและก็ค่อนข้างได้ผล สามารถลดช่วงว่างของแต้มได้ดี
ทำให้รูปเกมกลับมาสนุกสูสีกันอีกครั้ง และด้วยการจ่ายบอลที่ชาญฉลาดของ “เจสัน บริคแมน” แต่โมโน แวมไพร์ ก็ยังคงมีปัญหาในการป้องกันเกมบุกของไฮเทค ทำให้จบควอเตอร์ไปที่สกอร์ 35-42 คะแนน

ควอเตอร์สาม เริ่มครึ่งหลังขอเกมเป็นทั้งสองทีมที่ทำผลงานได้สูสีกัน แต่ไฮเทคจะได้เปรียบจากแต้มที่สะสมไว้ในช่วงครึ่งแรก ขณะที่โมโน แวมไพร์ก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะปิดเกมนี้ด้วยชัยชนะให้ได้เช่นกัน
และทำได้ดีทีเดียวจนสามารถทำแต้มไล่เกาะติดอีกครั้ง หลังจากนั้นรูปเกมสนุกสูสีชนิดยิงมายิงกลับ ก่อนจะจบควอเตอร์ไปที่สกอร์ 52-58 คะแนน

ควอเตอร์สี่ เปิดฉากเป็นทั้งสองทีมที่ชิงไหวชิงพริบกันโดยตลอด แล้วในโมโน แวมไพร์ปรับเปลี่ยนแผนมาใช้ลูกส่องไกลเป็นหลักและก็แม่นที่เดียว โดยเฉพาะ “ซามาร์ พอล” ทำให้แต้มกลับมาเสมอกัน
ทำให้เกมกลับมานับหนึ่งกันใหม่ หลังจากนั้น ผู้เล่นอิมพอร์ตของโมโน แวมไพร์ค่อยๆช่วยกันทำเกมบุกได้ดีพร้อมกลับพลิกขึ้นนำได้สำเร็จ และทิ้งระยะห่างออกไปพอสมควร ขณะที่ไฮเทคตื้อไป ทำให้ โมโน แวมไพร์สามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้ที่สกอร์ 81

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกับวิถีไทย

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกับวิถีไทย
1. การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กับวิถีไทย กรวรรณ สังขกร สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อบรม “การพัฒนาความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบนเส้นทาง R3A รุ่นที่ 1 วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2558 ณ โรงแรมมณีนาราคร จ.เชียงใหม่
2. ประเทศไทยมีทรัพยากร “การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม” (CULTURAL RESOURCES) มากเป็นอันดับ 3 ของภูมิภาคเอเชีย (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, 2552)
3. องค์การการท่องเที่ยวโลก World Tourism Organization (2003) การท่องเที่ยวของโลกในศตวรรษที่ 21 ใช้หลักการของแผนแม่บทของโลก (Agenda 21) เป็นกรอบในการจัดการการ ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยคานึงถึงหลักการ 4 ประการ คือ 1. การดาเนินกิจการการท่องเที่ยวในขอบเขตที่ความสามารถการรองรับของธรรมชาติ ชุมชน ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนจะมีได้ 2. ความตระหนักในกิจกรรมการท่องเที่ยวที่จะมีผลกระทบต่อชุมชน ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมประเพณีและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ของชุมชนอันเป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของชุมชนท้องถิ่น 3. การมีส่วนร่วมของเจ้าบ้านและผู้มาเยือนต่อกิจกรรมการท่องเที่ยว 4. การเชื่อมร้อยประสานความจาเป็นต่อการพัฒนาทางเลือกของชุมชนและกาหนดแผนงานทางเศรษฐกิจ การดารงอยู่ของชุมชน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
4. ความหมาย: การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ? การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หมายถึง การเดินทางของคน จากสถานที่ที่อยู่ประจาไปยังท้องถิ่นอื่น เพื่อชมเอกลักษณ์ ความงดงามทางวัฒนธรรม ทั้งนี้จะต้องเคารพในวัฒนธรรม ของกันและกัน เพื่อก่อให้เกิดมิตรภาพ ความรู้ความเข้าใจ และความซาบซึ้งตรึงใจในวัฒนธรรมของชุมชนนั้นๆ ต้อง คานึงถึงผลกระทบที่จะเกิดต่อบุคคลและวัฒนธรรม และ สิ่งแวดล้อมในชุมชนนั้นให้น้อยที่สุด ชุมชนท้องถิ่นผู้เป็น เจ้าของวัฒนธรรมก็ได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวในด้านการ สร้างรายได้และการจ้างงาน อันนามาซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม (บุญเลิศ จิตตั้งวัฒนา, 2548) ? การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เป็นวิธีการศึกษา ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมผ่านการเดินทางท่องเที่ยว เป็นการท่องเที่ยวที่เน้นการพัฒนาด้านภูมิปัญญา สร้างสรรค์ เคารพต่อสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม ศักดิ์ศรี และวิถีชีวิตผู้คน หรืออาจกล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่า เป็นการ ท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ผู้อื่นและย้อนกลับมามองตนเอง อย่างเข้าใจความเกี่ยวพันของสิ่งต่างๆ ในโลกที่มีความ เกี่ยวโยง พึ่งพา ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ (ชาญ วิทย์ เกษตรศิริ, 2540)
5. ความหมาย: การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ? การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เป็นการเคลื่อนไหว ของผู้คนที่เกิดขึ้นจากปัจจัยกระตุ้นทางวัฒนธรรม เช่น การเดินทางท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา การ เดินทางท่องเที่ยวเพื่อชื่นชมศิลปวัฒนธรรมประเพณี เทศกาล การเข้าเยี่ยมชมอนุสรณ์สถาน การเดินทาง เพื่อศึกษาขนบธรรมเนียมความเชื่อที่สืบทอดกันมา ของชุมชนท้องถิ่น ตลอดจนความเชื่อทางศาสนา (World Tourism Organization in Richards, 1995)
6. นักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 1. Purposeful Cultural Tourist หมายถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีส่วนร่วมกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นประจา และพยายามแสวงหาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น 2. Sightseeing Cultural Tourist หมายถึงนักท่องเที่ยวที่มีส่วนร่วมกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นประจา แต่ ไม่ได้พยายามแสวงหาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้ลึกซึ้งกว่าเดิม 3. Serendipitous Cultural Tourist หมายถึง นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้ตั้งใจจะท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แต่ก็ได้ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง 4. Casual Cultural Tourist หมายถึง นักท่องเที่ยวที่มีการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นเป้าหมายลาดับท้ายๆ และได้ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้างเล็กน้อย และ 5. Incidental Cultural Tourist หมายถึงนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้ตั้งใจท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แต่ก็ได้มีโอกาสเยี่ยม ชมสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้าง (ปริญญ์ อภิวงศ์วาร, 2548)
7. การเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมไทย ความ เจริญก้าวหน้า ทางด้านการ ติดต่อสื่อสาร การรับและ นิยม วัฒนธรรม ต่างชาติ การพัฒนา ของบ้านเมือง การ เปลี่ยนแปลง ของสังคม
8. การรับวัฒนธรรมจากสังคมอื่น คมนาคม ขนส่ง อิทธิพล ของสื่อ เผยแพร่ โดยตรง Thai Culture
9. ประเภทของวัฒนธรรม วัฒนธรรม วัฒนธรรมหลวง วัฒนธรรมราษฎร์ วัฒนธรรมหลัก วัฒนธรรมรอง
10. วัฒนธรรมหลวง แบบแผนที่เป็นขนบธรรมเนียมประเพณี พิธีกรรม พิธี การที่เป็นวัฒนธรรมส่วนกลางหรือวัฒนธรรมราชการ
11. วัฒนธรรมราษฎร์ แบบแผนที่เป็นขนบธรรมเนียม ประเพณี พิธีกรรมที่เป็นของท้องถิ่น หรือของชาวบ้านในท้องถิ่นต่างๆ ที่มี การปฏิบัติ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง สืบ ทอดต่อๆ กันมา จนถึงปัจจุบัน
12. วัฒนธรรมหลัก (Main Culture) ?เกิด ?แก่ ?เจ็บ ?ตาย ?ภาษา การบวชเรียน
13. วัฒนธรรมรอง (Sub Culture) ?เป็นวัฒนธรรมของคนกลุ่ม น้อย วัฒนธรรมท้องถิ่น รวมถึงภาษาถิ่น
14. องค์ประกอบที่เป็นสิ่งดึงดูดใจของการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม โบราณคดีและ พิพิธภัณฑ์ สถาปัตยกรรม สิ่งปลูกสร้าง ซากผังเมืองในอดีต ศิลปะ หัตถกรรม ประติมากรรม ประเพณี และเทศกาล ดนตรี การแสดงละคร ภาพยนตร์ มหรสพ ภาษาและวรรณกรรม ประเพณีความเชื่อที่ เกี่ยวข้องกับศาสนา วัฒนธรรมเก่าแก่โบราณ วัฒนธรรมพื้นบ้าน วัฒนธรรมย่อย ECTARC (Richards, 1995)
15. รูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สถานที่และกิจกรรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแหล่งมรดก (Heritage Tourist)
16. World Heritage: มรดกโลกในไทย 5แห่ง 1. อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกาแพงเพชร ? มีความรุ่งเรืองในอดีตช่วงใกล้เคียงกันอาณาจักรสุโขทัย เป็นราชธานีแห่ง แรกของไทย เป็นศูนย์กลางความเจริญในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18-19 ? ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อ “เมือง ประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร” จากการประชุมคณะกรรมการ มรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 15 เมื่อปี พ.ศ. 2534 ? เป็นตัวแทนในการแสดงผลงานชิ้นเอกที่จัดทาขึ้นด้วยการสร้างสรรค์อัน ชาญฉลาดของมนุษย์ และเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรม หรือ อารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว
17. World Heritage: มรดกโลกในไทย 5แห่ง 2. อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ? ราชธานีเก่าแก่ของไทยที่มีความเจริญรุ่งเรืองยาวนานถึง 417 ปี แม้ว่าภายหลังจะถูกทาลายลงจากภัยสงคราม แต่ยังคงเหลือ โบราณสถานและโบราณวัตถุที่เป็นหลักฐานแสดงถึงความ เจริญรุ่งเรือง และ ความมีอัจฉริยภาพของบรรพบุรุษของชาวกรุง ศรีอยุธยา ? ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จากการประชุม คณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ณ กรุงคาร์เทจ ประเทศตูซิ เนีย เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2534 ? เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรม หรืออารยธรรมที่ปรากฏ ให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว
18. World Heritage: มรดกโลกในไทย 5แห่ง 3. แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ? อาเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ? เป็นแหล่งโบราณคดีที่แสดงให้เห็นถึงการดารงชีวิตของผู้คนยุคก่อน ประวัติศาสตร์ ย้อนหลังไปกว่า 4,300 ปี ซึ่งมีวัฒนธรรมที่มีพัฒนาการ แล้วในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะภูมิปัญญาในการดารงชีวิต ? ครอบคลุมถึงแหล่งโบราณคดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีกกว่าร้อยแห่ง ซึ่งเป็นบริเวณพื้นที่ที่มีมนุษย์อยู่อาศัยหนาแน่นมาตั้งแต่หลายพันปีก่อน ? ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ.2535 จากการประชุม คณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 16 ที่เมืองแซนตาเฟ ประเทศ สหรัฐอเมริกา ? เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็น อยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว
19. World Heritage: มรดกโลกในไทย 5แห่ง 4. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรและห้วยขาแข้ง ? ผืนป่าอันยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่ง ใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าด้านตะวันออก และเขตรักษาพันธุ์ สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ครอบคลุมพื้นที่กว่ากว่า 3,800,000 ไร่ อยู่ภายในเขตจังหวัด อุทัยธานี จังหวัดตาก และ จังหวัดกาญจนบุรี ? ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในปี พ.ศ. 2534 และเป็นสถานที่ธรรมชาติแห่ง แรกของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียออกเฉียงใต้ที่ได้เป็นมรดกโลก ? เป็นตัวแทนของขบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา หรือวิวัฒนาการทางชีววิทยา และปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่กาลังเกิดอยู่ เป็นแหล่งที่เกิด จากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์หายากหรือสวยงามเป็นพิเศษ และ เป็น ถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดสัตว์และพันธุ์พืชที่หายาก หรือ ที่ตกอยู่ในสภาวะอันตราย แต่ ยังคงสามารถดารงชีวิตอยู่ได้ซึ่งรวมถึงระบบนิเวศอันเป็นแหล่งรวมความอุดม สมบูรณ์ของพืชและสัตว์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจด้วย
20. World Heritage: มรดกโลกในไทย 5แห่ง 5. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ? ประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติทับลาน อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยาน แห่งชาติตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัดคือ นครราชสีมา สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว และ บุรีรัมย์ มีพื้นที่ป่ารวมกันเกือบ 4,00,000 ไร่ ? ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อ “ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่”จาก การประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 29 เมื่อปี พ.ศ. 2548 ที่เมืองเดอร์บัน ประเทศแอฟริกาใต้ ? เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดสัตว์และพันธุ์พืชที่หายาก รวมถึงระบบนิเวศอัน เป็นแหล่งรวมความอุดมสมบูรณ์ของพืชและสัตว์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ
21. รูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สถานที่และกิจกรรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวศิลปะ (Arts Tourist) โรงละคร การแสดงคอนเสิร์ต เทศกาล งานประเพณี
22. รูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สถานที่และกิจกรรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourist) การถ่ายภาพ วาดภาพ เครื่องปั้น ทาอาหาร หัตถกรรม
23. “วัฒนธรรมไทย” คือสินค้าชิ้นเอกของ “การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” CREATIVE TOURISM
24. รูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สถานที่และกิจกรรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยววัฒนธรรมเมือง (Urban Cultural Tourist) แหล่งประวัติศาสตร์ แหล่งอุตสาหกรรม
25. รูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สถานที่และกิจกรรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยววัฒนธรรมชนบท (Rural Cultural Tourist) การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชุมชน ฟาร์ม พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ ภูมิทัศน์
26. รูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สถานที่และกิจกรรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยววัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น (Indigenous Cultural Tourist) ทะเลทราย เดินป่า ศูนย์วัฒนธรรม ศิลปะและ หัตถกรรม
27. รูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สถานที่และกิจกรรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยววัฒนธรรมทันสมัย (Popular Cultural Tourist) สวนสนุก ห้างสรรพสินค้า การแสดงคอนเสิร์ต งานแข่งขันกีฬา
28. การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วัฒนธรรมสามารถสร้างรายได้ให้กับการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวถูกนามาใช้เป็นเครื่องมือในการสืบทอดวัฒนธรรมให้คงอยู่
29. 10 อันดับ สุดยอดแหล่งท่องเที่ยวไทยในดวงใจ โดย นิตยสาร อ.ส.ท. แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม โบราณสถาน และประวัติศาสตร์ของไทย อันดับ 10 อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี พระนครคีรี หรือเขาวัง เป็นพระราชวังแห่งเดียวของประเทศไทยที่ตั้งอยู่บนยอด เขา ซึ่งแต่เดิมมีชื่อเรียกว่า ‘เขาสมณะ’ เนื่องจากมีวัดสมณะ อารามเก่าตั้งแต่สมัย กรุงศรีอยุธยาอยู่บนไหล่เขาด้านตะวันออก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ครั้งยังผนวชอยู่เคยเสด็จมาปฏิบัติภาวนาบนยอดเขา หลัง เสด็จขึ้นครองราชย์จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังขึ้น โดยยอดเขาทางทิศ ตะวันตกเป็นที่ประทับและเรือนบริวาร ยอดกลางเป็นที่ตั้งของพระธาตุจอมเพชร บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และบนยอดเขาด้านตะวันออกเป็นที่ตั้งของวัดพระแก้ว อารามประจาพระราชวังพระนครคีรี พระราชทานนามว่า ‘พระราชวังพระครคีรี’ โดดเด่นด้วยความงดงามของสัดส่วนที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่าง สถาปัตยกรรมกับสภาพภูมิประเทศ
30. 10 อันดับ สุดยอดแหล่งท่องเที่ยวไทยในดวงใจ โดย นิตยสาร อ.ส.ท. แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม โบราณสถาน และประวัติศาสตร์ของไทย อันดับ 9 อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จังหวัดนครราชสีมา ? จุดเด่นของเมืองคือปราสาทหินพิมาย ปราสาทหินที่มีขนาดใหญ่ ที่สุดในประเทศไทย จากหลักฐานศิลาจารึกและรูปแบบทางศิลปะ สร้างบ่งบอกว่า สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ราวพุทธ ศตวรรษที่ 16 ในฐานะเทวสถานของศาสนาพราหมณ์ รูปแบบของ ศิลปะเป็นแบบบาปวนผสมผสมผสานกับศิลปะแบบนครวัด ซึ่ง ปราสาทนี้ได้ถูกดัดแปลงมาเป็นสถานที่ทางศาสนาพุทธในสมัย พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ พิมาย ยังเป็นแหล่ง รวบรวมโบราณวัตถุศิลปะขอมเอาไว้จานวนมากและน่าสนใจที่สุด ของประเทศไทยอีกด้วย
31. 10 อันดับ สุดยอดแหล่งท่องเที่ยวไทยในดวงใจ โดย นิตยสาร อ.ส.ท. แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม โบราณสถาน และประวัติศาสตร์ของไทย อันดับ 8 พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม ? ปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองนครปฐม พระเจดีย์องค์เดิมมีลักษณะทรงโอ คว่า หรือทรงมะนาวผ่าซีก แบบเดียวกับพระสถูปสาญจี รัชกาลที่ 4 ทรงมีพระราชวินิจฉัยว่า เจดีย์ใหญ่องค์นี้อาจเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นแต่ละ ครั้งพระสมณทูตของพระเจ้าอโศกมหาราชเดินทางมาเผยแผ่ พระพุทธศาสนายังสุวรรณภูมิเป็นครั้งแรก จึงโปรดเกล้าฯให้ บูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นและพระราชทานนามใหม่ว่า ‘พระปฐมเจดีย์’ อันมี ความหมายว่าเจดีย์แห่งแรก ปัจจุบันยังคงมีพุทธศาสนิกชนเดินทางมา สักการะเป็นจานวนมากทุกปี ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐม เจดีย์ ยังเป็นแหล่งรวบรวมศิลปกรรมชิ้นเยี่ยมสมัยทวารวดีเอาไว้มาก ที่สุดด้วย
32. 10 อันดับ สุดยอดแหล่งท่องเที่ยวไทยในดวงใจ โดย นิตยสาร อ.ส.ท. แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม โบราณสถาน และประวัติศาสตร์ของไทย อันดับ 7 พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม ? องค์พระธาตุเดิมสร้างมานานไม่น้อยกว่า 2,300 พระธาตุพนมเคย ล้มทลายลงทั้งองค์ใน พ.ศ. 2518 เนื่องจากความเก่าแก่และถูก พายุฝนกระหน่าต่อเนื่องกันหลายวัน ชาวไทยทั้งประเทศได้ร่วมกัน บริจาคทุนทรัพย์บูรณปฏิสังณ์องค์พระธาตุขึ้นใหม่ตามแบบเดิม แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2522 ในวันนี้พระธาตุพนมจึงยังคงตระหง่าน งามอยู่เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไป โดยเฉพาะ อย่างยิ่งประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวมไปถึงทางฝั่งลาว ด้วย ในวันเพ็ญเดือน 3 ของทุกปี จะมีพุทธศาสนิกชนหลั่งไหลมา ร่วมงานสมโภชพระธาตุพนมจากทั่วทุกสารทิศ
33. 10 อันดับ สุดยอดแหล่งท่องเที่ยวไทยในดวงใจ โดย นิตยสาร อ.ส.ท. แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม โบราณสถาน และประวัติศาสตร์ของไทย อันดับ 6 อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ? เมืองโบราณที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเมืองศรีสัชนาลัยอย่าง ใกล้ชิด ? เป็นแหล่งศิลปกรรมอันงดงามอ่อนช้อย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นแหล่งกาเนิดศิลปวัฒนธรรมสาคัญ ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษรไทย การวางผังเมืองอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในด้านศิลปกรรม พุทธ ประติมากรรมของสุโขทัยได้รับการยอมรับกันว่าเป็นสุดยอดทาง ความงามของศิลปะไทย เมืองเก่าสุโขทัยมีโบราณสถานขนาดใหญ่ ตระการตาหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะพระพุทธรูปขนาดมหึมา


34. 10 อันดับ สุดยอดแหล่งท่องเที่ยวไทยในดวงใจ โดย นิตยสาร อ.ส.ท. แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม โบราณสถาน และประวัติศาสตร์ของไทย อันดับ 5 อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ? เมืองโบราณที่มีร่องรอยของการตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ยุคชุมชนก่อน ประวัติศาสตร์ จนกระทั่งเป็นแว่นแคว้นที่มีความเจริญรุ่งเรืองทาง ศิลปวัฒนธรรมระดับสูง ? ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2534 โดดเด่นด้วยโบราณสถาน ขนาดใหญ่จานวนมากมายที่สร้างด้วยศิลาแลง ทั้งในส่วนของเมืองเชลียง อันเป็นเมืองในยุคเริ่มแรก และในส่วนของเมืองศรีสัชนาลัยซึ่งเป็นส่วน ต่อขยายที่เจริญขึ้นในยุคต่อมา โบราณสถานเหล่านี้ตั้งอยู่ท่ามกลาง ธรรมชาติเทือกทิวเขาและแมกไม้อันร่มรื่น ปราศจากการรบกวนจาก ความเจริญสมัยใหม่ จัดว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่มี บรรยากาศงดงามสมบูรณ์มากที่สุดของประเทศไทย
35. 10 อันดับ สุดยอดแหล่งท่องเที่ยวไทยในดวงใจ โดย นิตยสาร อ.ส.ท. แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม โบราณสถาน และประวัติศาสตร์ของไทย อันดับ 4 วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ? องค์พระปรางค์สูงตระหง่านเสียดฟ้าริมแม่น้าเจ้าพระยา ได้รับการ ยกย่องว่าเป็นสุดยอดด้านงานสถาปัตยกรรมชั้นเยี่ยมแห่งหนึ่งของ ยุครัตนโกสินทร์ ด้วยความสูงทั้งสิ้น 33 วาเศษ จึงถือว่าเป็นพระ ปรางค์ที่สูงที่สุดในโลก สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 รอบองค์ปรางค์วิจิตรอลังการด้วยการตกแต่ง ประดับประดาด้วยถ้วยชามกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ เป็นเอกลักษณ์ อันเป็นที่รู้จักดีอย่างหนึ่งของประเทศไทยในสายตาชาวต่างประเทศ
36. 10 อันดับ สุดยอดแหล่งท่องเที่ยวไทยในดวงใจ โดย นิตยสาร อ.ส.ท. แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม โบราณสถาน และประวัติศาสตร์ของไทย อันดับ 3 อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ? อดีตราชธานีที่มีอายุยาวนานที่สุดของสยามประเทศ คือ 417 ปี ได้รับ การยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโก ตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2534 ? ร่องรอยสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่และงดงามที่หลงเหลือกระจัดกระจาย อยู่สะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองสืบเนื่องมาหลายยุคหลายสมัย แม้ใน ระยะหลังจะมีปัญหาความเสื่อมโทรมและการรุกล้าพื้นที่ จนมีข่าวลือ หนาหูว่าจะถูกเพิกถอนจากบัญชีมรดกโลก แต่ท้ายที่สุดก็ได้รับการ ปรับปรุงแก้ไขสิ่งที่เป็นปัญหาจนคลี่คลายไปได้ด้วยดี ด้วยระยะทางที่ อยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ ไม่ไกลเกินนักท่องเที่ยวทั่วๆ ไปจะไปสัมผัสได้
37. 10 อันดับ สุดยอดแหล่งท่องเที่ยวไทยในดวงใจ โดย นิตยสาร อ.ส.ท. แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม โบราณสถาน และประวัติศาสตร์ของไทย อันดับ 2 วัดพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ? ปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองบนยอดดอยสูง สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระ บรมสารีริกธาตุตั้งแต่ พ.ศ. 1916 ในสมัยพญากือนาแห่งอาณาจักร ล้านนา ความสง่างามขององค์พระธาตุเจดีย์เหลี่ยมประดับด้วยแผ่น ทองอร่ามตา รวมทั้งการตกแต่งประดับประดาด้วยศิลปกรรมล้านนา อันงดงาม ท่ามกลางม่านหมอกของผืนป่าอันอุดมสมบูรรณ์เหนือ เทือกเขาดอยสูง รวมทั้งสภาพอากาศอันเย็นสบาย ผสมผสานกันเป็น บรรยากาศอันขรึมขลังที่แตกต่างจากสถานที่อื่นๆ อย่างเป็น เอกลักษณ์ สร้างความประทับใจกับผู้มาเยือนทั้งชาวไทยและชาว ต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จึงไม่น่าแปลกใจที่จะได้รับคะแนนนิยม อย่างล้นหลาม
38. 10 อันดับ สุดยอดแหล่งท่องเที่ยวไทยในดวงใจ โดย นิตยสาร อ.ส.ท. แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม โบราณสถาน และประวัติศาสตร์ของไทย อันดับ 1 วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ ‘วัดพระแก้ว’ กรุงเทพมหานคร ? พระอารามหลวงในบริเวณพระบรมมหาราชวังแห่งนี้ เป็นหนึ่งในบรรดาแหล่งท่องเที่ยวแห่ง แรกๆ ของประเทศ ที่เปิดเผยออกสู่สายตาของชาวโลกเมื่อแรกเริ่มมีการส่งเสริมการ ท่องเที่ยวขึ้นในประเทศไทยเมื่อ 50 ปีก่อน นอกจากความสาคัญในฐานะเป็นสถานที่ ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ‘พระแก้วมรกต’ สถาปัตยกรรมหลายยุคหลาย สมัยที่สร้างเสริมสืบต่อกันมาและการตกแต่งประดับประดาอันอลังการ ก็เป็นเอกลักษณ์ที่ ดึงดูดใจ โดยเฉพาะจิตรกรรมฝาผนังรอบพระระเบียงคด เรื่องรามเกียรติ์อันวิจิตรตระการ ตาและมีความยาวที่สุดในโลก จากการสารวจโดยกรุงเทพโพลของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เมื่อต้นปี 2553 นี้ วัดพระศรีรัตน ศาสดารามยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการโหวตจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวที่ชื่นชอบมากที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย เรียกว่าได้คะแนนเสียงทั้งจาก
นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศอย่างเป็นเอกฉันท์ สมศักดิ์ศรีความเป็น ‘สุดยอด ของสุดยอด’ แหล่งท่องเที่ยวไทยในดวงใจอย่างแท้จริงละครับอันดับนี้
39. ท่องเที่ยววิถีไทย Discover Thainess แหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทุกเพศ ทุกวัย ทุกรสนิยมของการท่องเที่ยว ทั้งเนิบช้า และกิจกรรมตื่นเต้น มีความแตกต่าง แต่ลงตัว สอดแทรกอยู่ใน ทุกแห่ง ไม่ว่าในเมืองใหญ่ หรือชนบท ไม่ว่าในธรรมชาติ ขุนเขา ราวป่า น้าตก ทุ่งดอกไม้สวย โบราณคดี ชีวิตดึกดรรพบรรพ์ วัฒนธรรมชนกลุ่มน้อย แอนเวนเจอร์ที่สร้างสรรค์โดยธรรมชาติ กิจกรรมท้าทายที่รังสรรค์โดยมนุษย์ ศิลปะการแสดงโบราณ จนถึงการฟ้ อนในจังหวะจะโคนพื้นบ้านที่ สนุกสนานเร้าใจ
40. Thai Fun ?เสน่ห์ไทย คือความสนุกที่มาพร้อมกับความอ่อนโยน เปรียบดังความราบเรียบของสายน้า ก็ยังเกิด เกลียวคลื่นมาหยอกล้อ ?ทะเลอันดามัน ทะเลอ่าวไทย เกาะพีพี เกาะตะรุเตา จากตะวันออก สู่ตะวันตก และลงสู่หาดสวรรค์ที่ ไล่เรียงได้จากปลายด้ามขวานทองของประเทศไทย ในจังหวัดท่องเที่ยวอย่างเพชรบุรี สุราษฎร์ธานี หรือเกาะภูเก็ต อันลือชื่อ ? 01_Discover_Thai_fun.mp4
41. Thai Festivity ? สีสันของความสนุกสนานของงานเทศกาลที่มีตลอดปี รวมไปถึงบรรดาตลาดโต้รุ่ง การทานอาหารริมทาง แม้จะดูเป็นวิถีที่ไร้ระเบียบ แต่ความยุ่งเหยิงก็อบอวลไปด้วยการบริการอันอบอุ่น และถูกใจในอัธยาศัยไมตรีระหว่างกัน ? บรรดาตลาดโต้รุ่ง การทานอาหารริมทาง แม้จะดูเป็นวิถีที่ไร้ระเบียบ แต่ความยุ่งเหยิงนั้นก็มีทั้งรสชาติจี๊ดจ๊าด และอวลไอของศิลปะ ของการบริการอันอบอุ่น และ หากถูกใจในอัธยาศัยไมตรีระหว่างกัน ก็จะมีทั้งของฝากของแถมก็ให้ประทับใจกันไปไม่รู้ลืม ? ในงานเทศกาลระดับจังหวัด งานวัด งานประเพณี การประกวดสาวงามประจาเทศกาล ที่มีตั้งแต่นางงามผัก และผลไม้ไปจนถึง นางงามประจาจังหวัด เกมสาวน้อยตกน้า ลิเก ราวง ขบวนรถบุปผชาติ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้มีทั้งความเรียบง่าย และสีสันที่แปลกตาไป พร้อมๆกัน ? 02_Discover_Thai_festivity.mp4
42. Thai Food ? ปัจจุบัน คนยุคใหม่มักจะใส่ใจชีวิตที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ ไร้การปรุงแต่ง และเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ เป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของคน ไทย ที่ทุกวันนี้หลายแห่งก็ยังเก็บรักษาวิถีชีวิตที่มีความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติเอาไว้ได้อย่างยั่งยืน ? หลายแห่งก็ยังเก็บรักษาวิถีชีวิตที่มีความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติเอาไว้ได้อย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการปลูกข้าว ที่ใช้วัว ควาย เป็น เครื่องมือไถและหว่าน ซึ่งสัตว์เลี้ยงเหล่านี้จะมีค่าในสังคมไทย เพราะไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นเพื่อน เป็นสมาชิกในครอบครัว ? อาหารการกินแบบวิถีไทยแท้ๆ จะเน้นความเรียบง่าย และเป็นสิ่งที่หาได้จากธรรมชาติ อาหารที่ขึ้นชื่ออย่างอาหารในราชสานักนั้น ก็ถือ เป็นการทาอาหารที่นาศิลปะเข้ามาเป็นส่วนประกอบ ที่ช่วยปรุงรสชาติเป็นอาหารทางสายตา ซึ่งเป็นอาหารที่ยังคงคุณค่าของสารอาหาร แบบพร้อมสรรพ ? 03_Discover_Thai_food.mp4
43. Thai Way of Life ? เส้นทางค้าขาย และการเดินทางระหว่างเมืองและหัวเมือง ผู้คนที่มีวิถีชีวิตติดริมแม่น้า จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ที่แปลกตาอย่างหนึ่งของ คนไทย ที่มีทั้งความรื่นรมย์ และแปลกตาสาหรับผู้มาเยือน ? กรุงเทพฯ เคยได้ชื่อว่าเป็นเวนิสตะวันออก เพราะภายในขอบเขตเมืองมีแม่น้าหลายสาย ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และการสร้างขึ้น เพื่อใช้เป็นหนทางสัญจร เส้นทางค้าขาย และการเดินทางระหว่างเมืองและหัวเมือง ผู้คนที่มีวิถีชีวิตติดริมแม่น้า จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ ที่แปลกตาอย่างหนึ่งของคนไทย ที่มีทั้งความรื่นรมย์ และแปลกตาสาหรับผู้มาเยือน แม้ภาพเหล่านี้จะค่อยๆหายไปในเมืองใหญ่ แต่ ชีวิตริมน้า และวิถีชีวิตดั้งเดิมในหลายแห่งในต่างจังหวัดก็ยังคงมีให้เห็น เนื่องจากความเจริญยังไม่ได้คืบคลานเข้าไปบ้าง ชาวบ้านยัง อาศัยริมน้า ยังชีพด้วยการจับปลา และการทาเกษตรพื้นบ้าน แต่ก็มีบางแห่งที่พยายามเก็บรักษาวิถีชีวิต หรือชุมชนดั้งเดิมเอาไว้เพราะ คนทุกวันนี้ได้เห็นแล้วว่า สิ่งเหล่านี้คือคุณค่าที่สะท้อนภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย ? 04_Discover_Thai_way_of_life.mp4
44. Thai Wellness ? ภูมิปัญญาไทยนอกจากจะเข้าใจเรื่องของธรรมชาติอย่างลึกซึ้งแล้ว เรายังเข้าใจลงลึกไปถึงร่างกายของคนเรา ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่เกิด จากการผสานความรู้ของโลกโบราณที่ส่งต่อกันมาจนกลายเป็นตารายาในแบบตะวันออก ? “สมุนไพร” เป็นการดูแลรักษาสุขภาพในแบบไทย พืชเกือบทุกชนิดในป่าอันอุดมของเมืองไทยนั้น เป็นสมุนไพรที่ส่งผลดีต่อสุขภาพอยู่ เกือบครึ่ง ศาสตร์ของการรู้จักตัวยาในพืชพรรณต่างๆ ถือเป็นสิ่งสะท้อนความก้าวหน้าทางการแพทย์ของคนไทย สมุนไพร กาลังจะ กลับมาเป็นการดูแลรักษาสุขภาพทางเลือกของคนไทย และของโลกอย่างกว้างขวาง ? การนวดแผนไทย ที่โด่งดังไกลข้ามทวีปสู่ตะวันตก ซึ่งปัจจุบันได้มีการผสมผสานศาสตร์ของการนวดแผนไทยเข้าสู่การบริการทางด้าน สุขภาพแบบองค์รวม ซึ่งให้บริการอยู่ในสถานบริการสุขภาพและความงาม ที่มีให้เลือกใช้บริการได้มากมาย ทั้งในโรงแรมระดับหรู หรือ ในสปาระดับชุมชน ? 05_Discover_Thai_wellness.mp4
45. Thai Arts ? เมืองไทยเป็นเมืองที่รุ่มรวยวัฒนธรรมที่หลากหลาย เอกลักษณ์อันโดดเด่นของคนไทยนั่นคือการสามารถคงรักษา รากเหง้าวัฒนธรรมไทยดั้งเดิมไปพร้อมกับการเอารับวัฒนธรรมตะวันตกมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับของตนเอง ? ศิลปหัตถกรรมของไทย ได้รับการรักษา และสืบสานอย่างเป็นระบบและแข็งแรง เมื่อได้รับการต่อยอดด้วยองค์ ความรู้ใหม่ๆ การจัดการที่เป็นระบบ โดยชาวบ้านยังคงใช้ความเป็นศิลปินในสายเลือด เทคนิคการสร้างสรรค์จาก ภูมิปัญญาดั้งเดิม ทาให้รักษาภูมิปัญญา ก่อให้เกิดผลดีต่อรายได้ครัวเรือนในชนบทอย่างเข้มแข็ง 06_Discover_Thai_ARTS.mp4
46. Thai Wisdom ? ประเทศไทยตั้งอยู่ในภูมิศาสตร์เขตร้อนชื้น มีทะเลและมหาสมุทรขนาบซ้ายและขวา มีคุ้งอ่าวที่เป็นแหล่งทรัพยากร และพื้นที่เศรษฐกิจ ความสมบูรณ์เช่นนี้ทาให้เมืองไทยมีคากล่าวที่ชาวไทยคุ้นเคยกันดีคือ
ในน้ามีปลา ในนามีข้าว ซึ่งสะท้อนถึงการดารงชีพของคนไทยไปด้วย ในตัว หากคุณได้สัมผัสกับความสมบูรณ์เหล่านี้ด้วยตัวคุณเอง ความสมบูรณ์ของธรรมชาติเหล่านี้ส่งผลต่อบุคลิกลักษณะ และความเชื่อ ของคนไทยที่เป็นเอกลักษณ์
คือ มีความนุ่มนวล ใจเย็น ดั่งคาที่คนมาเยือนจะได้ยินอยู่เสมอคือ “ไม่เป็นไร” ? ไทยประเทศเดียวที่มีศาสนาสถานอยู่ร่วมกันได้อย่างไม่แปลกแยกในท้องถิ่นเดียวกัน อย่างเช่น ชุมชนริมน้าเจ้าพระยาที่เราสามารถเห็นวัด
ไทย วัดจีน และมัสยิด อยู่ร่วมกันมานับร้อยๆปี ? ในแง่ของการท่องเที่ยว ประเทศไทยจึงเป็นเป้าหมายของนักเดินทางที่ต้องการเรียนรู้เรื่องการเดินทางภายใน รวมถึงการพักผ่อนหย่อนใจ แบบลึกซึ้ง
ความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ภูเขาสูง ป่าเขียว น้าตกใส สายน้าแห่งวัฒนธรรมอย่างลุ่มน้าโขง รวมถึง แหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนา ที่หลายๆแห่งเปิดโอกาสให้นักเดินทางที่ใฝ่รู้กับการค้นหาสันติสุข

หลุยส์ เอ็นรีเก้ : ฟุตบอลคือทุกสิ่ง แต่วิ่งมาราธอนเปลี่ยนชีวิต

Luis-Enrique

 

ชีวิตไม่ใช่ฟุตบอล ! ประโยคนี้เหมาะกับ หลุยส์ เอ็นรีเก้ ตำนานกองกลางทีมชาติสเปน และยอดเทรนเนอร์ บาร์เซโลน่า เพราะนอกจากการเป็นนักฟุตบอลอาชีพแล้ว หลังจากที่แขวนสตั๊ดเจ้าตัวหันไปเอาดีกับการเป็นกุนซือ และมักใช้เวลาในการผ่อนคลายจากเกมลูกหนังด้วยการวิ่งมาราธอน

เอ็นรีเก้ ตอนนี้ยังคงว่างงานหลังจากโบกมือลาถิ่นคัมป์ นู และว่ากันว่าเขาเป็นหนึ่งในโค้ชเนื้อหอมเลยทีเดียว เนื่องจากมีหลายๆ สโมสรในยุโรปที่แสดงความสนใจอยากใช้บริการเขา โดยเฉพาะ อาร์เซน่อล กับ เชลซี ที่ตกเป็นข่าวกับนายใหญ่ชาวสแปนิช มาตลอด

สำหรับเรื่องงานตอนนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจน และ เอ็นรีเก้ ก็ดูเหมือนจะไม่มัวมาหมกมุ่นในเรื่องพวกนี้ด้วย เพราะเขาหันไปใช้เวลากับการเล่นกีฬาประเภทอื่น แถมยังทำได้ดีมากๆ โดยเฉพาะการวิ่งมาราธอนระยะทาง 42.195  กิโลเมตร และการแข่งขันอัลตร้ามาราธอน

จริงๆ แล้วเรื่องการวิ่ง และการสร้างความอดทนแบบนี้ เอ็นรีเก้ ทำมาเนิ่นนานแล้ว แต่น้อยคนนักที่จะรู้ เพราะย้อนไปเมื่อปี 2008 เอ็นรีเก้ ซึ่งเคยได้แชมป์ลา ลีกา ในฐานะนักเตะ และเทรนเนอร์ เคยผ่านการลงแข่งกีฬาปอดเหล็กมาแล้วในรายการ มาราธอน เดอส์ ซาเบลอส์

สำหรับรายการนี้เป็นการวิ่งระยะไกลผ่านทะเลทราย ซาฮารา ในประเทศโมร็อกโก ที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 50 องศาเซลเซียส ซึ่งรวมแล้วต้องวิ่งกันถึง 6 มาราธอนเลยทีเดียว โดยตลอดช่วง 6 วันผู้ที่เข้าร่วมแข่งขันจะต้องวิ่งกันรวมทั้งสิ้น 156 ไมล์ (ประมาณ 251 กิโลเมตร) โดยรายการนี้มีผู้ร่วมแข่งเป็นพันๆ คน และยังต้องแบกเป้ส่วนตัว โดยมีอาหารของพวกเขาซึ่งต้องกิน 2,000 แคลอรี่ต่อวัน และต้องนอนร่วมกับคู่แข่งอีก 7 คนต่อ 1 เต้นท์

เอ็นรีเก้ ซึ่งสมัยเป็นนักเตะได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้เล่นที่เต็มไปด้วยพละกำลังทั้งตอนที่ค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด ยังไม่หมดแค่นั้นเมื่อเขาตัดสินใจแขวนสตั๊ดในปี 2004 เอ็นรีเก้ ก็ไม่ยอมปล่อยเนื้อปล่อยตัวเหมือนนักเตะบางคนจนร่างกายอ้วนลงพุง เพราะเขายังคงทำให้หลายคนต้องเซอร์ไพรส์ที่เห็นเจ้าตัวยังคงฟิตเปรี๊ยะเหมือนหนุ่มๆ อายุสามสิบต้นๆ

เหตุผลสำคัญที่ เอ็นรีเก้ ทำแบบนี้เพราะเขาเป็นคนที่มักจะทำอะไรก็ตามที่ต้องการข้ามขีดจำกัดของตัวเอง และก็สร้างความน่าประทับใจสุดๆ ยิ่งกว่าตอนที่เป็นพ่อค้าแข้งด้วยซ้ำ เพราะในปี 2005 อดีตสตาร์ทีมชาติสเปน รวมการแข่งขันนิวยอร์ก มาราธอน และทำเวลาได้น่าทึ่งมากๆ เพียง 3:14:09 เท่านั้น

กระนั้นในปีถัดมา อดีตเทรนเนอร์ “หมาป่าเหลืองแดง” โรม่า ได้พยายามพัฒนาการวิ่งของตัวเองมากยิ่งขึ้น โดยในรายการอัมสเตอร์ดัม มาราธอ โดยผลงานของเขาก็แจ่มแจ๋วยิ่งขึ้นเมื่อทำเวลาต่ำลงมากว่าเดิมอยู่ที่ 3:00:19 เลยทีเดียว

ส่วนที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงก็คือในการแข่งขันรายการฟลอเรนซ์ มาราธอน ในปี 2007 เอ็นรีเก้ สามารถวิ่งเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 2:58:08 !!! และถ้าหากคิดว่านี่เป็นเรื่องที่สุดยอดแล้ว ขอบอกว่ายังไม่ใช่ เพราะในปีเดียวกันนี้ เอ็นรีเก้ ยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นคนแกร่งยิ่งกว่านี้ด้วยการร่วมแข่งรายการคนเหล็ก “ไอรอนแมน” ที่ประเทศเยอรมนี

สำหรับรายการนี้เป็นการแข่งขันไตรกีฬาคนเหล็ก ระยะทาง 140 ไมล์ (ประมาณ 225 กิโลเมตร) ซึ่งเป็นการแข่งขันที่ยากที่สุดในโลกเป็นสองเท่าเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามการวิ่งไม่ใช่กีฬาเพียงรายการเดียวที่ทำให้ เอ็นรีเก้ ได้หลั่งอะดรีนาลีนเท่านั้น เพราะเขายังคงชื่นชอบการเล่นเซิร์ฟตอนที่ใช้ชีวิตอยู่ในออสเตรเลีย รวมทั้งปั่นจักรยานด้วย

เอ็นรีเก้  เคยปั่นจักรยานเข้าเส้นชัยในรายการ คิวบร็องธาอูซอส์ ซึ่งต้องปั่นผ่านเทือกเขาพิเรนีสเป็นระยะทาง 127 ไมล์ (ประมาณ 204 กิโลเมตร)

ตำนานดาวเตะเลือดกระทิงดุ เผยเกี่ยวกับความท้าทายในชีวิตของเขาว่า “ตอนที่ผมเลิกเล่นฟุตบอล ผมอยากลองไปแข่งวิ่ง แต่หลังจากวิ่งไปได้ 45 นาทีเท้าของผมก็มีแผลบวม เพราะผมเคยชินกับการเล่นฟุตบอลเท่านั้น สำหรับการเล่นฟุตบอลมันวิ่งแค่ 50 เมตร แล้วก็หยุด วิ่งอีก 10 เมตร แล้วก็หยุด”

    “ผมเคยชินแบบนั้น ผมสามารถยิ่งได้นาน แต่ต้องเป็นการวิ่งในเกมฟุตบอล มาราธอนมันต้องวิ่งด้วยเพซที่คงเดียวตลอดการแข่งขัน นั่นเป็นเรื่องยากมากในการปรับตัว แต่ผมก็ทำได้หลังจากที่ฝึกซ้อมเยอะมาก และจากนั้นผมก็เริ่มหันมาแข่งไตรกีฬา”

    “การปั่นจักรยาน และว่ายน้ำมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการวิ่ง การฝึกซ้อมนานๆ มันทำให้เพลิดเพลินมากๆ ตอนที่ผมฝึกซ้อม ผมใช้เวลา 3 วันในการวิ่งตอนเช้า และว่ายน้ำตอนบ่าย จากนั้นผมก็จะไปปั่นจักรยานทุกๆ 3 หรือ 4 วัน” เอ็นรีเก้ ระบุ

สำหรับ เอ็นรีเก้ ประโยคที่ว่า “ฟุตบอลไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต” เหมาะกับเขาที่สุด เพราะชีวิตมีอะไรมากกว่าแค่การวิ่งไล่เตะลูกกลมๆ ดั่งประโยคยอดฮิตที่ว่า “ถ้าคุณอยากวิ่ง คุณวิ่งกิโลเดียวก็พอ ถ้าคุณอยากพบชีวิตใหม่ คุณต้องมาวิ่งมาราธอน !!

มาร์กซิยาลรับทำให้เฮียมูพอใจสุดยาก

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล หัวหอก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระบุ เป็นเรื่องสุดหินเลยในการสร้างความประทับใจให้กับกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ แต่ยันตนไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว กับการสไตล์การคุมทีมที่เข้มงวดของ “เฮียมู”

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กองหน้าดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่า การสร้างความประทับใจให้กับ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีส ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย

ฤดูกาลนี้ มาร์กซิยาล ยังไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมได้แบบถาวร โดยถึงแม้จะได้ลงสนามรวมทุกรายการ 16 นัด แต่เขาก็ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเพียงแค่ 8 นัดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม แข้งวัย 21 ปี ก็มีผลงานที่น่าประทับใจ เพราะทำไปแล้ว 6 ประตู กับ 6 แอสซิสต์

“เขาเข้มงวดกับพวกเราทุกคน และกับผม ไม่ต้องสงสัยถึงเรื่องนั้นเลย แต่ผมรู้ดีว่าเขาทำเพื่อตัวผม ผมยังรู้ด้วยว่าเขาชอบผมในฐานะคนๆ หนึ่ง ดังนั้นมันเลยไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่ระเบียบวินัยเข้มงวดจนเกินไป อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าเป้าหมายที่เขาทำอย่างนั้นเป็นเพราะเขาต้องการทำให้เราทุกคนมีสภาพร่างกายที่ดี และฟิตที่จะลงเล่นในทุกเกม ซึ่งผมก็หวังที่จะทำอย่างนั้นให้ได้”

“ในตอนแรกเราไม่ได้รู้จักกันดีพอ แต่พอผ่านไปเรื่อยๆ เราก็รู้จักกันมากขึ้น เขารู้จุดเด่นและจุดด้อยของผม แต่ผลลัพธ์ก็คือเรากำลังเรียนรู้กันเพื่อทำให้ทุกอย่างมันออกมาเหมาะสม” อดีตแข้ง อาแอส โมนาโก ระบุ

ตูน บอดี้สแลม วิ่งฝ่าสายฝน เข้าเมืองนครศรีธรรมราช ยอดบริจาคพุ่งกว่า 168 ล้าน

“ตูน บอดี้สแลม” พร้อมทีมก้าว เริ่มวิ่งวันที่ 10 ท่ามกลางสายฝน จากหัวไทร มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองนครศรีธรรมราช หลังพัก 1 วัน ขณะยอดบริจาคพุ่งกว่า 168 ล้าน

บรรยากาศในวันที่ 10ของโครงการ “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ของ นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม หลังหยุดพักการวิ่งมา 1 วัน ช่วงเช้าวันนี้ นักร้องหนุ่ม และ คณะ ได้ออกสตาร์ท จากจุดเริ่มต้นร้านค้าหน้าฟาร์ม เพื่อมุ่งหน้าไปยัง อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ท่ามกลางสายฝน ซึ่งเป้าหมายของการวิ่งในวันนี้ เซตแรกจะไปสิ้นสุดที่ปั้ม ปตท.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช รวมระยะทาง 10.20 กม. ซึ่งตลอดเส้นทาง พบมีประชาชน ทยอยเดินทางมาให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง ส่วนยอดบริจาคล่าสุดเช้าวันนี้พบว่าพุ่งถึงกว่า 168,640,000 บาท แล้ว

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า ตูนจะเดินทางไปรับมอบเงินบริจาค จากเศรษฐีใจบุญ “จิมมี่ ชวาลา” ที่บริเวณวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมืองนครศรีธรรมราช ในช่วงเที่ยงของวันที่ 11 พ.ย. 60 โดยทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเตรียมสถานที่ และจัดเวทีเล็กๆเพื่อรองรับคณะของนายอาทิวราห์ ไว้แล้ว

กำลังดราม่าหึ่ง คนอุตรดิตถ์ไม่ปลื้ม อยู่ๆ เปลี่ยนคำขวัญจังหวัดกำลังดราม่าหึ่ง คนอุตรดิตถ์ไม่ปลื้ม อยู่ๆ เปลี่ยนคำขวัญจังหวัด

จากกรณี นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้มีประกาศเรื่องใช้คำขวัญของจังหวัดอุตรดิตถ์ฉบับใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพสำคัญของจังหวัด โดยอ้างว่ามีการประกาศใช้คำขวัญใหม่ เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมแล้ว

ทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์และศักยภาพด้านต่างๆ ของจังหวัด รวมทั้งสถานที่สำคัญ ผลไม้ ด้านการท่องเที่ยว ทำให้เกิดความภาคภูมิใจแก่คนในท้องที่ คณะกรรมการก็ตัดสินเลือกคำขวัญของ จ.อุตรดิตถ์ ใหม่ จากคำขวัญเดิม “เหล็กน้ำพี้ลือเลือง เมืองลางสาดหวาน บ้านพระยาพิชัยดาบหัก ถิ่นสักใหญ่ของโลก” กลายเป็น

“พระแท่นศิลาอาสน์ศักดิ์สิทธิ์ เขื่อนสิริกิติ์น่านนที เหล็กน้ำพี้ลือเลือง ลับแลหลงหลินลางสาดหวาน บ้านพ่อพระยาพิชัยดาบหัก ถิ่นสักใหญ่ของโลก บ้านโคกภูดู่ประตูสู่ลาวลานช้าง”

ล่าสุดในวันนี้ (26 ส.ค.) นายทวีศักดิ์ ปึงวงศานุรักษ์ อดีตประธานหอการค้า จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ภาคเอกชนใน จ.อุตรดิตถ์ ไม่เห็นด้วยและคัดค้านเรื่องการเปลี่ยนแปลงคำขวัญของ จ.อุตรดิตถ์ ใหม่ เพราะไม่เคยรู้ล่วงหน้าและไม่มีการแจ้งจากทางจังหวัดให้ทราบว่ามีการเปลี่ยนแปลง

หากจะให้มีการผลักดันเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกประกาศคงเป็นไปได้อยาก เพราะเป็นความตั้งใจของข้าราชการระดับสูงใน จ.อุตรดิตถ์ ที่ต้องการให้มีการเปลี่ยนอยู่แล้ว แต่หลังจากวันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป จ.อุตรดิตถ์ ก็จะมีผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่ ภาคเอกชนจะถือโอกาสเข้าพบเตรียมเสนอให้ผู้ว่าฯ คนใหม่ กลับมาใช้คำขวัญ จ.อุตรดิตถ์ เหมือนเดิม

โดยคำขวัญจะต้องเชื่อมโยงถึงประวัติศาสตร์ของ จ.อุตรดิตถ์ เช่นเดียวกับ บทเรียนต่างๆ ของนักเรียนในระดับชั้น ทางกระทรวงก็ต้องแก้ไขตาม หากเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก จึงไม่เห็นด้วยและขอคัดค้านการแก้ไขคำขวัญของ จ.อุตรดิตถ์ ใหม่

ขณะเดียวกัน ยังมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มเครือข่ายสมาชิกในสื่อออนไลน์ใน จ.อุตรดิตถ์ ต่างก็ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องของการแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำขวัญของ จ.อุตรดิตถ์ เช่น “ว่างมากไม่รู้จะทำอะไร เลยคิดทำเรื่องที่มันไร้สาระ 555 ทั้งๆ ที่ของเก่ามันก็ดีอยู่แล้ว สั้นๆ แต่ได้ใจความ” หรือ “คิดเอง เออเอง ถามคนอุตรดิตถ์แล้วหรือยังว่าเห็นด้วยหรือไม่ คำขวัญที่ดีควรอ่านคล้องจอง และเข้าใจง่าย ความหมายครอบคลุม” เป็นต้น

มึนทั้งบาง ร่อนหนังสือสั่งเด้งตำรวจ ระบุให้เข้ากรุยาวถึง 30 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุไฟลุกไหม้เผาห้องวิทยาศาสตร์กายภาพ และห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ภายในอาคารธาตุมณีวิทย์ โรงเรียนธาตุศรีนคร อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ทำให้ทรัพย์สินเสียหายเกือบ 1 ล้านบาท เบื้องต้นสรุปสาเหตุเกิดไฟฟ้าลัดวงจร เพราะอาคารค่อนข้างเก่าแล้ว

ล่าสุดหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา ได้มีหนังสือคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ สั่งให้ พ.ต.ท.ประสิทธิ์ เปรมกมล สวญ.สภ.ดอนแรด มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์การตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ โดยขาดจากตำแหน่งและหน้าที่ทางต้นสังกัดเดิม โดยหนังสือสั่งการดังกล่าว มีการกำหนดระยะเวลาไว้ 30 ปี ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป ทำให้หลายฝ่ายต่างมึนงงกับคำสั่งนี้

โดยในหนังสือดังกล่าวเป็นหนังสือคำสั่ง ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ที่ 431/2560 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ ด้วยวันที่ 23 สิงหาคม 2560 เวลาประมาณ 20.30 น. ได้เกิดเพลิงไหม้โรงเรียนธาตุศรีนคร ต.ธาตุ อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบและเป็นที่น่าสนใจ

แต่พันตำรวจโท ประสิทธิ์ เปรมกมล สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรตำบลดอนแรด ไม่ได้รายงานเหตุให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ทราบในทันที ทำให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ จึงอาศัยตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 74 และระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติงานภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ข้อ 6 (2) ข้อ 8(3) ทั้งนี้มีกำหนด 30 ปี นับตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป พร้อมลงชื่อ พลตำรวจตรี ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์

ผู้สื่อข่าวจึงได้โทรศัพท์สอบถามไปยัง พ.ต.ท.ประสิทธิ์ เปรมกมล สวญ.สภ.ดอนแรด ทราบว่า ได้มีคำสั่งมาถึงตนจริง ซึ่งก็น้อมรับคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ในตอนแรกที่เห็นคำสั่งก็รู้สึกงง ตนรับราชการมาเหลืออายุราชการแค่ 8 ปี จะเกษียณอายุราชการแล้ว หากคำสั่ง 30 ปี ก็ไม่ต้องเกษียณแน่ๆ

ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้มีการรายงาน ไปตามลำดับชั้นแล้ว แต่คดีดังกล่าวเป็นคดีเป็นที่น่าสนใจ ตนไม่ได้รายงานให้ผู้บัญชาการภาค 3 ทราบในทันที ยอมรับและน้อมรับรับคำสั่ง พร้อมปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการมาทุกประการ

พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ระบุอีกว่า หนังสือที่ออกมาครั้งแรกก็น่าจะเป็นความผิดพลาด แต่ตอนนี้ก็ได้มีการแก้ไขคำสั่งแล้วเมื่อวานนี้ (25 สิงหาคม 2560) จาก 30 ปีเป็น 30 วัน ให้ถูกต้องแล้ว พร้อมนำเรียนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์และได้ส่งไปยังตำรวจภูธรภาค 3 ทราบตามขั้นตอนแล้ว

ภาพสุดช็อก! หมอจีนโชว์ “บิดหัวเด็กน้อย” อ้างรักษาสมอง

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า โลกโซเชียลมีเดียกำลังวิพากษ์วิจารณ์และให้ความสนใจในคลิปภาพการรักษาเด็กตัวน้อยด้วยแนวทางแบบแปลกๆ คุณหมอจะใช้มือบิดศีรษะเด็กไปมา ลักษณะนวดคลึงอย่างน่าหวาดเสียว แม้เด็กจะร้องไห้เสียงดังแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะเบามือ

ตามรายงานระบุว่าคลิปจากผู้ใช้ไมโครบล็อก wuyou200408 กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมเพียงข้ามคืน ภาพของเด็กน้อยกำลังร้องไห้งอแงอย่างเจ็บปวด เพราะว่าถูกชายคนหนุ่มที่แทนตัวเองว่าเป็นหมอ กำลังใช้ฝ่ามือนวดคลึงและหมุนศีรษะเด็กไปมาอย่างน่าหวาดเสียว คล้ายกับศีรษะเด็กจะหลุดจากคอออกมาได้ทุกเมื่อ

ผู้เผยแพร่คลิปดังกล่าวยังให้ข้อมูลว่า สถานที่ดังกล่าวอยู่ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ เป็นคล้ายๆ กันสถานพยาบาลที่ไม่ใช่โรงพยาบาลของรัฐ วิธีการรักษาเช่นนี้ทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ระบุว่ามีประสบการณ์รักษากว่า 30 ปีแล้ว อีกทั้งยังได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเมื่อปี 2011

ทั้งนี้ การรักษาตัววิธีนวดคลึงและเขย่าศีรษะเด็กน้อยอย่างบ้าคลั่ง อ้างว่าเป็นการช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่ดี ห่างไกลจากอาการพิการทางสมอง แต่สำหรับคลิปที่เผยแพร่ออกไป สร้างความตกใจกับสังคมเป็นอย่างมาก เพราะส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าวิธีจะทำให้เด็กห่างใกล้จากอาการป่วย แต่กลับสร้างปมด้อยและความเจ็บปวดทรมานมากกว่า

โลกโซเชียลมีเดียยังวิจารณ์ไปต่างๆ นานา แต่ที่น่าแปลกใจก็คือพ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ในพื้นที่ ต่างพาลูกหลานมารักษาวิธีนี้เป็นจำนวนไม่น้อย ขณะที่หน่วยงานทางการแพทย์ของจีนได้เห็นคลิปดังกล่าวแล้ว ออกมาแสดงความคิดเห็นเบื้องต้นว่า การทำเช่นนี้กับเด็กไม่ช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรง อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงอาการกระทบกระเทือนทางสมองมากกว่า ซึ่งทางสาธารณสุขอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้