วุ่น! ปิดถนนกลางเมืองลำปาง หลังพบกระเป๋าต้องสงสัยระเบิด รอ จนท.กว่า 2 ชม. สุดท้ายคนขายตั๋วรถมาเปิด

เวลา 16.00 น. ร.ต.อ.ทรัพย์ ปองดอง รอง.สวป. สภ.เมืองลำปาง เจ้าหน้าที่ สารวัตรทหาร.มทบ.32 ลำปาง ได้รับแจ้งจากผู้จัดการบริษัทอีซูซุ

สาขาลำปาง ว่า พบกระเป๋าต้องสงสัยเกรงว่าอาจจะเป็นระเบิด ถูกวางอยู่ใกล้กับเสาไฟฟ้าแรงสูง บริเวณติดถนนสายพหลโยธิน หน้าบริษัทอีซูซู สาขาลำปาง ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง อยู่ใกล้กับสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดลำปาง จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ พบกระเป๋าเสื้อผ้า แบบล้อลาก สีม่วง-ดำ วางติดอยู่กับเสาไฟฟ้าแรงสูง จึงได้ทำการปิดถนนคู่ขนานขาเข้าเมืองลำปาง และใช้เชือกกั้นไว้ ห้ามประชาชนเข้าใกล้ เนื่องจากเกรงว่าอาจจะเป็นระเบิด ทำให้การจราจรติดขัด เนื่องจากเป็นช่วงเลิกงาน

จากนั้นได้ประสานเจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิด ตำรวจภูธรลำปาง แต่กำลังเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 5 นาย ได้เดินทางไปราชการที่ กทม.ทั้งหมด จึงได้ประสานชุดเก็บกู้ระเบิด เจ้าหน้าที่ทหาร ของ มทบ.32 ลำปาง ซึ่งทำให้ใช้เวลาในการปิดถนนนานกว่า 2 ชั่วโมง จนถึงเวลา 18.40 น. ทำให้เป็นที่สนใจของประชาชนทั่วไป และพนักงานของบริษัทอีซูซุ ที่เรื่องดังกล่าว ยื่นมุงดูการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นจำนวนมาก

จากการสอบถามพนักงานของบริษัทอีซูซุ กล่าวว่า แม่บ้านได้พบกระเป๋าวางอยู่ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ จนถึงช่วงเย็นก็ไม่มีเจ้าของมาเอา จึงได้แจ้งผู้จัดการบริษัทฯ ทราบและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนในที่สุดได้มีนางมุกดา พินโย อายุ 58 ปี เป็นพนักงานขายตั๋วรถโดยสารของบริษัทเอกชน ประจำอยู่สถานีขนส่งผู้โดยสาร จังหวัดลำปาง ทราบเรื่องได้มาดูกระเป๋า แจ้งว่าเป็นของผู้โดยสาร ที่เป็นนักเรียนที่จะเดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อไปแข่งกีฬาที่จังหวัดสุโขทัย แต่ได้มีผู้โดยสารที่ลงลำปาง ได้หยิบกระเป๋าผิดลงจากรถโดยสาร ของบริษัทอินทราทัวร์ แล้ววางไว้จุดดังกล่าว จากการเปิดกระเป๋าดูภายใน พบเสื้อผ้า กางเก๋งใน และยังพบเอกสารใบรับรองผลการเรียน ระบุชื่อเด็กชายภาณุวิชญ์ เลิศสกุณี อายุ 14 ปี เป็นนักเรียนอยู่โรงเรียนเชียงรายวิทยาคม จังหวัดเชียงราย ทำให้เป็นที่โล่งใจของชาวบ้านที่มุงดูกันเป็นจำนวนมาก และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มอบกระเป๋าใบดังกล่าว ให้กับนางมุกดา พินโย เก็บรักษาไว้ เพื่อติดต่อ ให้เจ้าของกระเป๋ามารับต่อไป

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : MThai

วอนช่วย! ตามหา 18 ล้อ ทำเศษดินหล่นใส่กระจกรถกระบะ สาว 26 หวิดดับ

น.ส วาสนา พลตรี อายุ 26 ปี ชาวอำเภอจอมทอง จ.เชียงใหม่ ขอความช่วยเหลือสื่อมวลชน ให้ช่วยติดตามรถบรรทุก 18 ล้อคันหนึ่ง ที่ทำเศษดินหรือหินตกใส่กระจกรถยนต์กระบะของตัวเองจนกระจกแตก และได้รับบาดเจ็บ

น.ส วาสนา เล่าว่า เมื่อช่วงเช้า เวลา 09.00 น. ขณะตนเองขับรถบนถนนเชียงใหม่ – ฮอด ผ่านบริเวณบ้านห้วยทราย ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง และกำลังแซงรถบรรทุก 18 ล้อ ได้มีเศษดินหรือหินจากรถบรรทุกคันดังกล่าว หล่นลงมากระทบที่กระจกเสียงดัง ก่อนจะแตกเสียหายทำให้ได้รับบาดเจ็บจากกระจกบาดเป็นแผลถลอกที่ขา

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลตำบลบ้านแปะ ได้มาปฐมพยาบาลเบื้องต้น ขณะที่ตนเองได้แจ้งตำรวจ เพื่อให้มาช่วยเหลือ แต่กลับถูกปฎิเสธอ้างว่า ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ ทั้งที่ตนเองบอกว่าจดจำลักษณะของรถ และจุดที่เลี้ยวเข้าไปได้แม่นยำ พร้อมขอให้ทางเจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อหาทะเบียนรถ แต่ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือ ทำให้ต้องมาร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนและขอให้คนขับรถบรรทุก 18 ล้อคันดังกล่าวออกมาแสดงตัวรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ น.ส.วาสนา บอกว่า เหตุการณ์ครั้งนี้โชคดีที่ลูกไม่มาด้วย จากปกติที่จะขับรถไปส่งลูกไปโรงเรียนทุกวัน มาด้วยเพื่อไปโรงเรียน

ฝนถล่มเมืองตรัง! น้ำท่วมหมู่บ้านชาวประมงบ้านหาดยาว

จากสภาวะฝนที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลทำให้เกิดท่วมฉับพลันหมู่บ้านชาวประมงบ้านหาดยาว หมู่ที่ 6 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เป็นครั้งที่ 2 ในห้วงเวลาเพียง 3 วัน โดยในครั้งนี้ปริมาณน้ำฝนมากกว่าครั้งก่อน ส่งผลทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 20 หลังคาเรือน ระดับน้ำสูงประมาณ 10 – 50 เซนติเมตร จึงต้องรีบขนย้ายเด็ก คนชราและคนพิการหนีน้ำเป็นการด่วนในตอนกลางดึก ขณะที่ข้าวของเครื่องใช้จำนวนมากได้รับความเสียหาย จากการไม่สามารถเคลื่อนย้ายหนีน้ำได้ทัน ทำให้ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน ทั้งพัดลม เสื้อผ้า ที่นอน ตู้เย็น รวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้รับความเสียหาย

ล่าสุด โดยนายปรีชา ถาวรประสิทธิ์ ปลัดอำเภออาวุโส อ.กันตัง พร้อมด้วยนายสิทธิพร จิเหลา นายก อบต.เกาะลิบง เร่งนำรถแบ็กโฮ เข้าทำการขุดลอกทางระบายน้ำ เพื่อเปิดทางให้น้ำท่วมขังมีช่องทางการระบายได้รวดเร็วมากขึ้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ในระยะยาวชาวบ้านอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการก่อสร้างต่อเติมพนังกันคลื่นให้ยื่นขึ้นไปบนฝั่งออกไปอีกประมาณ 30 เมตร ในลักษณะปิดล้อมเส้นทางน้ำทะเลเข้าไปในหมู่บ้าน

โดยน้ำท่วม 2 ครั้งนี้ ชาวบ้านบอกว่าเป็นเรื่องโชคดีที่น้ำท่วมขังในครั้งนี้ มาจากน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักแล้วไม่มีช่องทางระบายน้ำเท่านั้น แต่ทุกปีจะประสบปัญหาหนักเมื่อฝนตกหนัก และเกิดคลื่นลมแรงในช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง ก็จะเกิดคลื่นซัดเข้าหาหมู่บ้านผสมกับน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้น้ำท่วมขังสูงและยาวนาน ซึ่งเป็นปัญหาซ้ำซากทุกปี ชาวบ้านจึงร้องขอให้มีการทำพนังกันคลื่นเพิ่มเติมในส่วนที่ขาดให้สามารถป้องกันน้ำทะเลที่ถูกคลื่นซัดเข้าหาหมู่บ้านให้ได้เป็นการถาวรอย่างเร่งด่วน